เรื่องทั้งหมดโดย charud

The Shallows นรกน้ำตื้น – หนังฉลามอีกเรื่อง เล่นคนเดียวก็เสียวได้

ชมภาพยนตร์ความละเอียดระดับ HD


มาแล้วครับ รีวิวหนังที่มีกระแสชื่นชมเยอะมากในช่วงรอบพิเศษ sneak preview สัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างเรื่อง The Shallows ที่ได้สาวสุดสวยเซ็กซี่อย่าง Blake Lively มาเล่นเอง ชงเอง กินเองทั้งเรือง หนังโปรโมทให้เห็นความเซ็กซี่บิกินี่สองชิ้นของสาว Blake ในคลิปตัวอย่าง แต่ผมเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า เรื่องนี้ผมเกลียดผู้กำกับมาก เพราะเอา Blake ขวัญใจผมมาเล่นจะโทรมจัดเลย


หนังบอกเล่าเรื่องราวของ แนนซี (เบลค ไลฟ์ลีย์) ที่ออกมาโต้คลื่นในวันที่ทะเลเป็นใจ แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อเธอถูกนักล่าน้ำลึกอย่าง ฉลามขาว สายพันธุ์แข็งแกร่งและดุร้ายที่สุดในน่านน้ำจู่โจมในน้ำตื่น! ทางรอดเพียงทางเดียวของเธอคือหนีตายขึ้นไปอยู่บนโขดหิน ทั้งๆ ที่เธออยู่ห่างจากชายฝั่งเพียงแค่ไม่ถึง 200 เมตร แต่ไม่มีใครอยู่ที่ชายหาดนั้น เรื่องราวยิ่งเลวร้ายลงไปอื่นเมื่อระดับน้ำทะเลก็ค่อยๆ ขึ้นอย่างช้าๆ แล้วเธอจะหาหนทางเอาชีวิตรอดในครั้งนี้ได้อย่างไร


จุดแข็งที่สุดของหนังไม่ใช่ความโหดร้ายของฉลาม แต่เป็นลำดับการเล่าเรื่องที่ค่อยๆ บิ๊วอารมณ์ความกลัวของคนดูให้ตื่นเต้นไปกับการจู่โจมของเจ้าฉลามมากกว่า หนังทำได้ดีมากๆ ดีจนดูไปนั่งจิกเบาะไปเลยทีเดียว การเล่าเรื่องของหนังในทุกอย่างจะมีที่มาที่ไปของมัน เป็นลำดับขั้นตอนจนพีคขึ้นมาถึงตอนจบ ซึ่งอารมณ์มันเหมือนคลื่นที่ค่อยๆ ขยายตัวขึ้นจนกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ซัดเข้าหาคนดู อารมณ์นั้นเลย


ชั้นเชิงของหนังเรื่องนี้มีดีพอตัวเลยทีเดียว หนังไม่ได้บอกแค่ความน่ากลัวของฉลามจอมโหด แต่หนังบอกถึงเรื่องความฉลาดของนางเอกที่วิเคราะห์สถานการณ์และหาทางเอาตัวรอดได้อน่างดีเยี่ยม เรื่องนี้ทำให้ทฤษฎีนางเอกผมบลอนด์ นมใหญ่ แต่โง่ หายไปเลย เพราะนางเอกเรื่องนี้มีความฉลาดและไหวพริบเป็นเลิศ


ตัวละครในเรื่องเรียกได้ว่า มี Blake คนเดียวเลยจริงๆ ตังละครอื่นไม่ได้มีผลอะไรกับหนังแม้แต่น้อย ช่วงต้นเรื่องเหมือนดูโฆษณาอุปกรณ์กีฬาทางน้ำ โดยมี Blake เป็นพรีเซ็นเตอร์ แต่บอกตรงๆ เรื่องนี้หลายคนบอก Blake เซ็กซี่มาก แต่ผมไม่ได้ดูนม Blake เลย เพราะหนังมันพาเราไปลุ้นฉี่เล็ดกับไอ้เจ้าฉลามจอมโหดมากกว่าจะมานั่งดูนมนางเอก และนางเอกของเราก็โดนผู้กำกับจับมากระทำชำเราซะโทรมสุดๆ นี่แหละทำให้ผมเกลียดผู้กำกับคนนี้เข้าไส้


โดยรวมแล้ว The Shallows อาจจะไม่สามารถเทียบได้กับหนังตำนานอย่าง JAWS แต่ก็มีดีให้คนดูจดจำได้พอสมควร อย่าง JAWS เราจะจำได้แค่เจ้าฉลามขาวจอมโหด แต่ The Shallows อาจจะเป็นภาพจำว่า  Blake Lively เคยเล่นหนังด้วยตัวคนเดียวทั้งเรื่องและแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดเลยนะ ซึ่งที่ผ่านมา Blake ไม่เคยโดดเด่นเท่านี้เลยจิมๆ

ตัวอย่างภาพยนตร์

คลิปสุดช็อก ฉลามขาวตัวมหึมาพุ่งเข้ากัดกรงนักท่องเที่ยว ก่อนตายสลดต่อหน้า!

คลิปสุดช็อก ฉลามขาวตัวมหึมาพุ่งเข้ากัดกรงนักท่องเที่ยว ก่อนตายสลดต่อหน้า!

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เป็นคลิปที่ดูแล้วหดหู่ใจอย่างมาก เมื่อสัตว์ตัวใหญ่อย่างฉลาม ต้องตาย สังเวยให้กับการท่องเที่ยวทีตื่นเต้นเร้าใจของมนุษย์ โดยพบว่าคลิปดังกล่าวถูกแชร์เพื่อเตือนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เกี่ยวกับการดำน้ำดูฉลามอย่างใกล้ชิด ว่า ต้องใส่ใจและระมัดระวัง เมื่อฉลามขาวพุ่งเข้าในกรง แต่ติดอยู่บริเวณช่อง และดิ้นรนเอาชีวิตรอดจนตายต่อหน้านักท่องเที่ยว

โดยเพจ Cabo Shark Dive ได้เผยแพร่คลิปดังกล่าว ซึ่งเผยให้เห็นภาพว่า มีนักท่องเที่ยวอยู่ในกรง โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่เกาะกัวเดอลุป ในรัฐบาฮากาลิฟอร์เนีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเม็กซิโก ในระหว่างที่นักประดาน้ำลงไปทำกิจกรรมสุดท้าทายที่ใต้ท้องทะเล

ตามรายงานเผยว่า ฉลามขาวตัวดังกล่าวติดอยู่กับกรงเป็นเวลานานกว่า 25 นาที จนมันเลือดไหลออกมาไม่หยุดในปริมาณมากและตายลงในที่สุด ซากไร้ลมหายใจของมันหลุดออกจากพันธนาการ ก่อนจะค่อย ๆ ดิ่งจมลงสู่ใต้ก้นทะเล

ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวได้รับการแชร์ไปทั่วโลก เพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสัตว์มากขึ้น โดยใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน และยังพบว่า กรงที่ทำจากโลหะ เมื่อเจอน้ำเค็มจะทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมี ก่อให้เกิดสนามไฟฟ้าออกมา กระตุ้นให้ฉลามพุ่งเข้าไปกัดกรง จนทำให้ติดอยู่ในช่องและเกิดเหตุการณ์สลดขึ้น

https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_3175074

ภาพยนตร์เรื่อง The Shallows นรกน้ำตื้น


 หนังบอกเล่าเรื่องราวของ แนนซี (เบลค ไลฟ์ลีย์) ที่ออกมาโต้คลื่นในวันที่ทะเลเป็นใจ แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อเธอถูกนักล่าน้ำลึกอย่าง ฉลามขาว สายพันธุ์แข็งแกร่งและดุร้ายที่สุดในน่านน้ำจู่โจมในน้ำตื่น! ทางรอดเพียงทางเดียวของเธอคือหนีตายขึ้นไปอยู่บนโขดหิน ทั้งๆ ที่เธออยู่ห่างจากชายฝั่งเพียงแค่ไม่ถึง 200 เมตร แต่ไม่มีใครอยู่ที่ชายหาดนั้น เรื่องราวยิ่งเลวร้ายลงไปอื่นเมื่อระดับน้ำทะเลก็ค่อยๆ ขึ้นอย่างช้าๆ แล้วเธอจะหาหนทางเอาชีวิตรอดในครั้งนี้ได้อย่างไร

คลิกชมภาพยนตร์ที่นี่

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-book ฟิสิกส์ ระดับมหาวิทยาลัย เรื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ของสำนักพิมพ์ OoKBee

Cover

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-book ฟิสิกส์ ระดับมหาวิทยาลัย เรื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ของสำนักพิมพ์ OoKBee

     

คลิกค่ะ  ฟรี

การทดลอง เรื่องแม่เหล็ก

 

 

 

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

สเปรย์หน้าใส

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

สเปรย์หน้าใส – คาโอ คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและสุขภาพ ในประเทศญี่ปุ่น เปิดตัว “เอสต์” สเปรย์สร้างผิวเทียมเพื่อการปกปิดรอยสิว จุดดำแดง แผลเป็น และไฝบนใบหน้า แถมยังช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวด้วย

เอสต์ใช้เทคโนโลยีไฟน์ไฟเบอร์ที่มีส่วนผสมเฉพาะของสารเคมีพิเศษซึ่งคาโอพัฒนาขึ้น ช่วยให้เส้นใยขนาดเล็กสามารถคงตัว อยู่ในของเหลวบรรจุขวดได้ เมื่อผู้ใช้สเปรย์ ดังกล่าวลงบนผิว เส้นใยเล็กๆ

สเปรย์หน้าใส

เหล่านี้จะกระตุ้นและค่อยๆ ก่อตัวเป็นตาข่ายขนาดเล็กที่มีความยืดหยุ่นสูง คล้ายกับโครงสร้างของผิวหนัง ด้วยความละเอียดและความบางที่ขนาดไม่ถึง 1 ไมครอน หรือไม่ถึง 1 ใน 1,000 ของมิลลิเมตร เส้นใยจากเอสต์จึงเรียบเนียนสนิทเหมือนเป็นผิวจริงๆ

ที่สำคัญเส้นใยเหล่านี้ยังคงสภาพในองศาเดียวกับความยืดหยุ่นตามธรรมชาติของ ผิว รวมถึงยึดเกาะแบบผ่อนคลาย ไม่หนักผิว ส่งผลให้ไอน้ำผ่านเส้นใยและช่วยรักษาความชุ่มชื่นของผิวได้ดีกว่า ผิวหน้าจึงไม่แห้งตึง เรียบลื่น แลดูมีสุขภาพดี ขณะที่การทำความสะอาดก็แค่ลอกเส้นใยออกทิ้ง และล้างหน้าปกติ

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-book พลังงานความร้อนใต้พิภพ และพลังงานชีวมวล น่ารู้สำหรับเด็ก ของสำนักพิมพ์ OoKBee

Cover

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-book พลังงานความร้อนใต้พิภพ และพลังงานชีวมวล น่ารู้สำหรับเด็ก ของสำนักพิมพ์ OoKBee

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-book พลังงานจากซากดึกดำบรรพ์ น่ารู้สำหรับเด็ก  ของสำนักพิมพ์ OoKBee

     

คลิกค่ะ  ฟรี

พลังงานความร้อนใต้พิภพ(Geothermal)

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ฮือฮา ‘น้ำโขง’ เปลี่ยนสี! เตือนสัญญาณอันตราย(ชมภาพชุด)

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

30 พ.ย. 62 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีจังหวัดนครพนมวานนี้ว่าผลกระทบจากภัยแล้ง ได้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ สร้างความฮือฮาแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาท่องเที่ยว เนื่องจากระดับในน้ำโขงมีความผันผวน และแห้งขั้นวิกฤติ ล่าสุดระดับน้ำโขงเฉลี่ยต่ำสุดที่ประมาณ 1 เมตร  ถือว่าต่ำสุดในรอบกว่า 50 ปี  ทำให้หลายจุดกลางน้ำโขงในเขตอำเภอท่าอุเทน,เมือง และอำเภอธาตุพนม เกิดสันดอนทรายเป็นพื้นที่กว้างหลายร้อยไร่  บางจุดมีสันดอนทรายโผล่ยาวเป็นระยะทางยาวกว่า 2-3 กิโลเมตร  ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือข้ามฟากไทยลาว รวมถึงเกษตรกรที่ใช้น้ำในการเกษตร ต้องมีการวางท่อสูบน้ำเป็นระยะทางไกลขึ้น  และล่าสุดเรือสำราญแม่โขงพาราไดซ์ครูซ ซึ่งเป็นเรือนำเที่ยวขนาดใหญ่ของจังหวัด ประกาศแจ้งหยุดล่องเรือ ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.- 1 ธ.ค. เพื่อประเมินสถานการณ์

ขณะเดียวกันในแม่น้ำโขง เกิดปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เนื่องจากน้ำที่เคยเป็นขุ่นสีปูน ได้เปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามคล้ายน้ำทะเล ทำให้มีสีสันสวยงาม บวกกับเกิดหาดทรายตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขง กลายเป็นความสวยงามทางธรรมชาติที่ลงตัว  ทำให้มีประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางไปชมและเซลฟี่ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

ทั้งนี้จากข้อมูลของนักวิชาการกลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำโขง พบว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวถึงแม้จะสวยงาม แต่ที่สำคัญคือสัญญาณอันตราย ที่บ่งชี้ว่าจะเกิดภัยแล้งขาดน้ำขั้นวิกฤติ เนื่องจากระดับน้ำโขงที่เป็นสีฟ้าครามคล้ายน้ำทะเล เพราะแม่น้ำโขงปริมาณต่ำ ทำให้น้ำนิ่ง จนเกิดการตกตะกอนใส บวกกับการทำปฏิกิริยาระหว่าง หินทราย ทำให้มองเห็นเป็นสีฟ้าครามสวยงาม

นายอาทิตย์ พนาศูนย์ ประธานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ระดับน้ำโขงผันผวน ปีนี้ถือว่าหนักสุดในรอบกว่า 50 ปี  ตั้งแต่ช่วงปลายฝนต้นหนาวมาถึงปัจจุบัน ยังไม่ทันถึงปีใหม่ น้ำโขงแห้งขอดหนักกว่าทุกปี ส่วนปัจจัยไม่เพียงเป็นผลกระทบจากการสร้างเขื่อนของประเทศจีน รวมถึงเขื่อนในประเทศลาวเท่านั้น ยังได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ หรือภาวะโลกร้อน ที่ทำให้ธรรมชาติถูกทำลาย สภาพอากาศแปรปรวน เป็นการทำลายความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ

“ที่สำคัญทำให้ปริมาณฝนน้อยทิ้งช่วง ไม่ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้แล้งน้ำมีปริมาณน้ำต่ำ รวมถึงน้ำโขง  สิ่งเหล่านี้คือปัญหาของระบบนิเวศน์กำลังถูกทำลาย  นอกจากนี้หลังน้ำโขงแห้ง ยังเกิดปรากฎการณ์น้ำโขงเปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามคล้ายทะเลที่สวยงาม หลายคนมองว่าเป็นความสวยงามแปลกตา แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือสัญญาณอันตราย ตัวบ่งชี้ว่าภัยแล้งวิกฤิตจะมาเยือน สิ่งที่ตามมาคือปัญหาขาดแคลนน้ำ รวมไปถึงระบบนิเวศน์ถูกทำลาย  ปลาน้ำโขงเริ่มสูญพันธุ์ อาชีพประมง เกษตรกรขาดรายได้ ซึ่งแนวทางการแก้ไขจะต้องมีการหารือกันระดับประเทศ บวกกับคนในพื้นที่จะต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ถึงแม้อาจจะไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ถือว่าจะเป็นการลดความรุนแรงของผลกระทบที่จะตามมา″  ประธานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดนครพนมกล่าว

ทั้งนี้ปรากฎการณ์น้ำโขงเปลี่ยนสี นักวิชาการเรียกว่า Hungry Water Effect: เมื่อน้ำโขงหิวตะกอน น้ำห่างฝั่งใสเป็นสีฟ้าราวน้ำทะเล ส่วนน้ำใกล้ฝั่งจะเห็นว่าขุ่นกว่าอย่างชัดเจน เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “น้ำหิว” คือ น้ำที่ถูกกักมาหลังเขื่อนและไหลช้า ในฤดูนี้ตะกอนจะตกอยู่ในอ่างเก็บน้ำท้ายเขื่อนหมด น้ำที่ปล่อยออกมาจะเป็นน้ำใสที่ไม่มีตะกอน น้ำพวกนี้หิวตะกอน ผ่านตลิ่งผ่านท้องน้ำตรงไหนก็ดึงเอาตลิ่งตรงนั้นออกมา เกิดการกัดเซาะตลิ่งและพื้นท้องน้ำมากกว่าปกติ.

https://www.thaipost.net/main/detail/51432

ก๊าซเรือนกระจก ในชั้นบรรยากาศโลกสะสมตัวเข้มข้น ทำลายสถิติอีกครั้ง

Getty Imag

ก๊าซเรือนกระจก ในชั้นบรรยากาศโลกสะสมตัวเข้มข้น ทำลายสถิติอีกครั้ง – BBCไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) แถลงว่าระดับความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ในชั้นบรรยากาศโลกเมื่อปี 2018 ยังคงพุ่งสูงขึ้น จนถึงขั้นทำลายสถิติที่มีการบันทึกเอาไว้อีกครั้ง

เมื่อปีที่แล้ว ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งทศวรรษที่ผ่านมา คือที่ 407.8 ส่วนในล้านส่วน (ppm) สูงกว่าของปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 405.5 ppm ทั้งสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมในปี 1750 ถึง 147%

ส่วนความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ เช่นมีเทนและไนตรัสออกไซด์ ก็เพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยด้วยเช่นกัน โดยกว่า 60% ของมีเทนในชั้นบรรยากาศมาจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่นการเกษตรและเลี้ยงปศุสัตว์ ทำให้มีเทนในชั้นบรรยากาศยุคปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรมถึง 259% ส่วนไนตรัสออกไซด์ที่บางส่วนมาจากการใช้ปุ๋ยเคมี มีความเข้มข้นเพิ่มสูงขึ้นกว่า 123% เมื่อเทียบกับของปี 1750

นับแต่ช่วงทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา ผลกระทบจากก๊าซเรือนกระจกต่ออุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้นโดยรวม (Total radiative forcing) นับว่าสูงขึ้นถึง 43% ทำให้โลกร้อนและเกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในวงกว้าง

ระดับความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกที่ตกค้างและสะสมตัวในชั้นบรรยากาศโลกนั้น แตกต่างจากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลและจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในขั้นต้น เนื่องจากป่าไม้ ผืนดิน และมหาสมุทร จะช่วยดูดซับคาร์บอนและก๊าซอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นก่อน แต่หากก๊าซเรือนกระจกยังมีเหลือมากจนกลายเป็นส่วนเกิน ก็จะไปสะสมตัวอยู่ในชั้นบรรยากาศ กลายเป็นฉนวนกักเก็บความร้อนของโลกไม่ให้มีการระบายออกไป

ก๊าซเรือนกระจก

Getty Images

นายเปตเตรี ตาลาส เลขาธิการของ WMO กล่าวว่า “ไม่มีสัญญาณบ่งบอกว่าการสะสมตัวของก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบัน มีแนวโน้มจะชะลอลง หรือแม้แต่จะลดลงเลย ถึงนานาชาติจะมีพันธกิจในการแก้ไขปัญหานี้ ตามความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็ตาม”

Air monitoring
Getty Images

สถานีตรวจสภาพอากาศแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์

“เราจำเป็นจะต้องเปลี่ยนความตกลงให้เป็นการลงมือปฏิบัติจริงจัง ต้องไม่ลืมว่าครั้งล่าสุดที่โลกมีความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกในระดับนี้ ก็คือเมื่อ 3-5 ล้านปีก่อน ซึ่งในตอนนั้นอุณหภูมิโลกสูงกว่านี้ 2-3 องศาเซลเซียส และระดับน้ำทะเลสูงกว่าปัจจุบัน 10-20 เมตร” เลขาธิการ WMO กล่าว

ข้อมูลในรายงานข้างต้นนี้ จะถูกนำเสนอโดยละเอียดอีกครั้ง ในที่ประชุม COP 25 ซึ่งผู้แทนจากเกือบ 200 ประเทศทั่วโลก จะร่วมหารือกันในประเด็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ที่กรุงมาดริดของสเปนในสัปดาห์หน้า

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_3088747