เรื่องทั้งหมดโดย charud

องค์การสหประชาชาติจับมือจีน ให้ 17 ประเทศร่วมทดลองบนสถานีอวกาศจีน

 จีนตั้งเป้าจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งมหาอำนาจด้านอวกาศภายในปี 2573 (แฟ้มภาพเอเอฟพี)

จีนตั้งเป้าจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งมหาอำนาจด้านอวกาศภายในปี 2573 (แฟ้มภาพเอเอฟพี)

กลุ่มสื่อจีนรายงาน (15 มิ.ย.) องค์การสหประชาชาติ (UN) ประกาศอนุมัติโครงการ 9 รายการจากทั่วโลก เพื่อทำการทดลองบนสถานีอวกาศจีน (China Space Station: CSS)

รายงานระบุว่า จากข้อเสนอโครงการกว่า 42 รายการจาก 27 ประเทศ โครงการทดลองขององค์กร 23 แห่งจาก 17 ประเทศ ได้รับการตอบรับโดยไม่มีเงื่อนไข 6 รายการตอบรับโดยมีเงื่อนไขและ 3 รายการ โดยจะเริ่มต้นปฏิบัติในปี 2566 

สำหรับประเทศที่มีส่วนร่วมในโครงการดังกล่าว ประกอบด้วยประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น รวมไปถึงเคนยาและเปรู เพื่อวิจัยในหัวข้อต่าง ๆ เช่น การสำรวจโลก เซลล์แสงอาทิตย์ วิทยาศาสตร์การใช้ชีวิตในอวกาศ และเทคโนโลยีชีวภาพ

ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2561 สำนักกิจการอวกาศแห่งองค์การสหประชาชาติ (United Nations Office for Outer Space Affairs: UNOOSA) และ องค์การอวกาศแห่งชาติจีน (China Manned Space Agency: CMSA) ได้เชิญชวนให้สมาชิกสหประชาชาติสมัครเข้าทดลองทางวิทยาศาสตร์บนสถานีอวกาศดังกล่าว 

ทั้งนี้ จีนตั้งเป้าจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งมหาอำนาจด้านอวกาศภายในปี 2573 โดยที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เรียกร้องการผลักดันภารกิจทางอวกาศ เพื่อทะยานสู่แท่นมหาอำนาจอวกาศ นอกไปจากนี้ จีนยังได้ทดลองขีปนาวุธต่อต้านดาวเทียม ซึ่งมีเป้าหมายนอกเหนือไปจากเป้าหมายทางพลเรือน

ขณะที่จีนยืนยันโครงการอวกาศมีเป้าหมายในทางสันติ แต่ทางกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯได้ชี้ถึงความสามารถที่เพิ่มพูนขึ้นของโครงการอวกาศมังกร และทางวอชิงตันได้ติดตามกิจกรรมอวกาศจีน เพื่อป้องกันฝ่ายตรงข้ามเข้ามาใช้สินทรัพย์ในอวกาศในยามเกิดวิกฤตการณ์

https://mgronline.com/china/detail/9620000057174

ภาพยนตร์ เรื่อง Jurassic World 2015 เต็มเรื่อง

Jurassic_World_Poster_2015

เรื่องย่อ

เรื่องราวการผจญภัยสานต่อความระทึกขวัญต่อจากภาค Jurassic Park เมื่อปี 1993 หลังจากระยะเวลาผ่านไป 22 ปี สวนสนุกแห่งโลกจูราสสิคก็ได้กลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบยิ่งกว่าเดิมอีกครั้งในชื่อ “จูราสสิค เวิลด์ (Jurassic World)” บนเกาะนอกชายฝั่งประเทศคอสตาริกา ภายใต้ความดูแลของ Masrani Global Corporation ซึ่งหลังจากกลับมาเปิดกิจการอีกครั้ง พวกเขาก็พบว่ายอดการเข้าเที่ยวชมของนักท่องเที่ยวเป็นไปไม่สวยนัก

 

jurassicworld (6)

 

โครงการพัฒนาปรับปรุงพันธุกรรมเหล่าไดโนเสาร์จึงเกิดขึ้น เพื่อเรียกความน่าสนใจดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม จนก่อเกิดเป็นไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ที่ทั้งอันตรายและเฉลียวฉลาดมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น โมซาซอร์ ขนาดยักษ์ที่กระโดดงับปลาฉลามบนผืนน้ำขนาดใหญ่, ไทรเซอราท็อป ตัวจิ๋วผู้อ่อนโยน หรือแม้กระทั่ง อินโดไมนัส เร็กซ์ ที่เป็นการผสมพันธุ์ทางพันธุกรรมซึ่งปิดเป็นความลับ จนได้ทีเร็กซ์พันธุ์ใหม่ที่มีทั้งขนาดใหญ่โตกว่าและอันตรายกว่าเป็นเท่าตัว

 

jurassicworld (2)

 

แต่แล้วระหว่างการดำเนินกิจการที่กำลังเป็นไปได้สวย ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่แห่แหนกันมามากมาย สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อสิ่งที่สวนสนุกแห่งโลกจูราสสิคปกปิดไว้ ได้หลุดออกมาพร้อมกรงเล็บที่พร้อมขย้ำนกท่องเที่ยวและมนุษย์ทุกคนบนเกาะ ขณะเดียวกับที่ แซช และ เกรย์ สองพี่น้องหลานชายของ แคลร์ผู้ดูแลหญิงของสวนสนุกแห่งนี้มาเยือน

 

jurassicworld (5)

 

นี่จึงไม่ใช่แค่การอพยพผู้คนออกจากเกาะที่เต็มไปด้วยเหล่าสัตว์ร้ายแห่งโลกจูราสสิค แต่ยังเป็นการหาทางหยุดยั้งและหาทางช่วยเหลือเด็กๆ ที่แคลร์จำเป็นต้งร่วมมือกับ โอเวน อดีตทหารผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ที่ทำงานที่ศูนย์วิจัยชายขอบของสวนสนุกแห่งนี้ ที่จะต้องงัดทั้งความรู้และไหวพริบ เพื่อต่อกรกับเหล่าไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ ที่ทั้งร้ายกาจและเฉลียวฉลาด โดยเฉพาะกับเจ้า “อินโดไมนัส เร็กซ์”

 

jurassicworld (3)

เทอโรซอร์สามารถบินได้ ตั้งแต่แรกเกิด (ความรู้ทางวิทยาศาสตร์)

messageImage_1560763928318

เมื่อเร็วๆนี้ มีการค้นพบที่ก้าวหน้าขึ้นจากนักบรรพชีวินวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ ในอังกฤษ เกี่ยวกับสัตว์เลื้อยคลานบินได้ ชื่อ เทอโรแดคทิล (pterodactyls) ซึ่งเป็นสกุลที่สูญพันธุ์ของเทอโรซอร์ (pterosaurs) สัตว์เลื้อยคลานบินได้ในยุคครีเตเชียส อาศัยอยู่ในโลกเมื่อ 165-65 ล้านปีก่อน และสูญพันธุ์ไปพร้อมกับไดโนเสาร์

นักบรรพชีวินวิทยาตั้งสมมติฐานจากพื้นฐาน ของตัวอ่อนซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิล (fossil) ที่พบในจีน ซึ่งพบว่ามีปีกที่พัฒนาได้ไม่ดีนัก พวกเขาเผยว่าเทอโรแดคทิลมีความสามารถที่น่าทึ่ง คือสามารถบินได้ตั้งแต่แรกเกิด ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้คิดกันว่าเทอโรแดคทิลจะบินทะยานขึ้นไปบนอากาศได้ ก็ต่อเมื่อพวกมันเติบโตเกือบเต็มวัยแบบเดียวกับนกหรือค้างคาว แต่ต่างกันที่เทอโรแดคทิลไม่มีพ่อแม่ดูแลให้อาหาร ดังนั้น มันต้องช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งความสามารถในการบินจะทำให้มันมีกลไกการเอาชีวิตรอด เช่น หลบเลี่ยงไดโนเสาร์ที่กินเนื้อ เป็นอาหาร แต่ในทางกลับกันการบินได้แต่แรกเกิดก็เผชิญความเสี่ยงต่ออันตราย เพราะหลายตัวต้องตายตั้งแต่อายุยังน้อย

อย่างไรก็ตาม นักบรรพชีวินวิทยาเชื่อว่าการค้นพบนี้จะส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อความเข้าใจวิธีการใช้ชีวิตของเทอโรแดคทิล และมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจว่าโลกของไดโนเสาร์ขับเคลื่อนโดยรวมอย่างไรในยุคดึกดำบรรพ์.

https://www.thairath.co.th/news/foreign/1593103

เทโรซอร์ สัตว์เลื้อยคลานจ้าวเวหา

    ในยุคแห่งไดโนเสาร์ที่ยาวนานนับร้อยล้านปี ณ.ช่วงเวลาที่เหล่าไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธุ์ครอบครองทั่วผืนแผ่นดิน และสัตว์เลื้อยคลานอสูรสมุทรนานาชนิดปกครองผืนน้ำ บนท้องฟ้าของโลกยุคนั้น คือ อาณาจักรของสัตว์บินได้ที่น่าเกรงขามซึ่งครอบครองท้องฟ้ามาก่อนหน้าที่นกตัวแรกจะปรากฏขึ้น เทโรซอร์จัดเป็นพวกสัตว์เลื้อยคลานดึกดำบรรพ์ซึ่งอยู่ร่วมยุคเดียวกันกับไดโนเสาร์และมีคนจำนวนมากที่มักจะเข้าใจผิด โดยเรียกพวกมันว่าไดโนเสาร์บิน แต่ในความจริงนั้น เทโรซอร์เป็นพวกสัตว์เลื้อยคลานบินได้ซึ่งถือเป็นคนละกลุ่มกับไดโนเสาร์

 

พวกเทโรซอร์มีปีกซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นหนังบางๆที่ยึดอยู่ระหว่างนิ้วทั้งสี่ที่ยืดยาวออกมา ซึ่งปีกลักษณะนี้เหมาะแก่การร่อนมากกว่าจะกระพือบินเหมือนอย่างนก นักวิทยาศาสตร์คิดว่า เทโรซอร์น่าจะลอยตัวอยู่บนท้องฟ้าได้โดยอาศัยอากาศร้อนช่วยพยุงปีกและลำตัว การที่พวกมันมีกระดูกกลวงและเบาทำให้ร่างกายของเทโรซอร์มีสภาพคล้ายกับเครื่องร่อน ทั้งนี้เทโรซอร์บางชนิดอาจจะมีขนบางๆ ปกคลุมร่างกายคล้ายกับค้างคาวด้วย

 

เทอโรซอร์สามารถบินได้ ตั้งแต่แรกเกิด (ความรู้ทางวิทยาศาสตร์)

messageImage_1560763928318

เมื่อเร็วๆนี้ มีการค้นพบที่ก้าวหน้าขึ้นจากนักบรรพชีวินวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ ในอังกฤษ เกี่ยวกับสัตว์เลื้อยคลานบินได้ ชื่อ เทอโรแดคทิล (pterodactyls) ซึ่งเป็นสกุลที่สูญพันธุ์ของเทอโรซอร์ (pterosaurs) สัตว์เลื้อยคลานบินได้ในยุคครีเตเชียส อาศัยอยู่ในโลกเมื่อ 165-65 ล้านปีก่อน และสูญพันธุ์ไปพร้อมกับไดโนเสาร์

นักบรรพชีวินวิทยาตั้งสมมติฐานจากพื้นฐาน ของตัวอ่อนซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิล (fossil) ที่พบในจีน ซึ่งพบว่ามีปีกที่พัฒนาได้ไม่ดีนัก พวกเขาเผยว่าเทอโรแดคทิลมีความสามารถที่น่าทึ่ง คือสามารถบินได้ตั้งแต่แรกเกิด ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้คิดกันว่าเทอโรแดคทิลจะบินทะยานขึ้นไปบนอากาศได้ ก็ต่อเมื่อพวกมันเติบโตเกือบเต็มวัยแบบเดียวกับนกหรือค้างคาว แต่ต่างกันที่เทอโรแดคทิลไม่มีพ่อแม่ดูแลให้อาหาร ดังนั้น มันต้องช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งความสามารถในการบินจะทำให้มันมีกลไกการเอาชีวิตรอด เช่น หลบเลี่ยงไดโนเสาร์ที่กินเนื้อ เป็นอาหาร แต่ในทางกลับกันการบินได้แต่แรกเกิดก็เผชิญความเสี่ยงต่ออันตราย เพราะหลายตัวต้องตายตั้งแต่อายุยังน้อย

อย่างไรก็ตาม นักบรรพชีวินวิทยาเชื่อว่าการค้นพบนี้จะส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อความเข้าใจวิธีการใช้ชีวิตของเทอโรแดคทิล และมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจว่าโลกของไดโนเสาร์ขับเคลื่อนโดยรวมอย่างไรในยุคดึกดำบรรพ์.

https://www.thairath.co.th/news/foreign/1593103

คลิป  เทอร์โรซอร์ คืออะไร และมาจากไหน ?

 

คลิป PteroSaur รวมสายพันธุ์ “เทโรซอร์” สัตว์เลื้อยคลานจ้าวเวหาแห่งยุคดึกดำบรรพ์

 

ดวงอาทิตย์มีโอกาสเกิด “ซูเปอร์แฟลร์” ภายในอีกร้อยปีข้างหน้า

ซูเปอร์แฟลร์

ดวงอาทิตย์มีโอกาสเกิด “ซูเปอร์แฟลร์” ภายในอีกร้อยปีข้างหน้า- BBCไทย

ปรากฏการณ์ “ซูเปอร์แฟลร์” (Superflare) หรือการปะทุปลดปล่อยพลังงานอย่างรุนแรงและฉับพลันของดาวฤกษ์ อาจเกิดขึ้นกับดวงอาทิตย์ของเราได้ภายในหนึ่งศตวรรษนับจากนี้ และอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชั้นบรรยากาศโลก

ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า การปะทุพลังงานในระดับซูเปอร์แฟลร์ซึ่งรุนแรงกว่าการเกิดพายุสุริยะนับพันเท่านั้น จะพบได้แต่ในดาวฤกษ์อายุน้อยที่หมุนรอบตัวเองอย่างรวดเร็ว จนเกิดความเคลื่อนไหวทางแม่เหล็กไฟฟ้าในระดับสูง ไม่ใช่กับดาวฤกษ์ที่มีอายุมากพอสมควรและหมุนรอบตัวเองได้ช้าอย่างดวงอาทิตย์

ดร. ยูตะ โนซึ นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคโลราโด วิทยาเขตโบลเดอร์ของสหรัฐฯ ตีพิมพ์ผลการศึกษาล่าสุดในวารสาร The Astrophysical Journal โดยระบุว่าผลการวิเคราะห์ปรากฏการณ์ซูเปอร์แฟลร์ที่เกิดขึ้นในห้วงอวกาศลึก ซึ่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์บันทึกไว้ได้หลายครั้ง ชี้ว่าดาวฤกษ์ที่มีลักษณะคล้ายดวงอาทิตย์ก็สามารถจะปลดปล่อยพลังงานในระดับของซูเปอร์แฟลร์ได้เช่นกัน

ซูเปอร์แฟลร์

“ซูเปอร์แฟลร์เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก ทั้งยังเกิดขึ้นกับดาวฤกษ์หมุนช้าอย่างดวงอาทิตย์ได้น้อยกว่าดาวฤกษ์ที่หมุนเร็วและอายุไม่มาก แต่อย่างไรก็ดี มีโอกาสที่โลกจะได้รับผลกระทบจากซูเปอร์แฟลร์ของดวงอาทิตย์ในอีกราวหนึ่งร้อยปีข้างหน้า” ดร. โนซึกล่าว

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลดาราศาสตร์ข้างต้นชี้ว่า มีดาวฤกษ์ที่คล้ายกับดวงอาทิตย์ถึง 43 ดวง เคยปะทุพลังงานในระดับของซูเปอร์แฟลร์มาแล้วในอดีต โดยการปลดปล่อยพลังงานขั้นรุนแรงนี้เกิดขึ้นโดยเฉลี่ยทุก 200-300 ปี

งานวิจัยหลายชิ้นก่อนหน้านี้ระบุว่า ปรากฏการณ์โซลาร์แฟลร์สามารถทำลายเครือข่ายเทคโนโลยีที่เป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานของโลก เช่น ระบบสื่อสารโทรคมนาคม จีพีเอส ระบบจ่ายไฟฟ้า รวมทั้งอาจทำลายชั้นบรรยากาศของโลกให้บางลง จนรังสีที่เป็นอันตรายในอวกาศเล็ดลอดเข้ามาได้

แต่อย่างไรก็ตาม ดร.โนซึระบุด้วยว่ายังคงต้องทำการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อยืนยันถึงความเป็นไปได้ที่โลกจะได้รับอันตรายจากซูเปอร์แฟลร์อีกครั้ง เนื่องจากจำนวนของกรณีศึกษาที่นำมาวิเคราะห์นั้นยังไม่มากพอ และจำเป็นต้องศึกษาด้วยว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดซูเปอร์แฟลร์ขึ้นกับบรรดาดาวฤกษ์คล้ายดวงอาทิตย์กันแน่

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_2622874

คลิปสารคดี พายุสุริยะ

ดูภาพยนตร์ เรื่อง Everest ไต่ฟ้าท้านรก

 

คลิกดูภาพยนตร์ ที่นี่

เรื่องราวของสองกลุ่มนักปีนเขาที่กำลังเดินทางเพื่อพิชิตยอดเขาที่สูงที่สูงที่สุดในโลกอย่างเอเวอเรสต์ แต่พวกเขาต้องพบกับพายุหิมะครั้งร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยพบมา ความกล้าหาญของพวกเขาจึงถูกทดสอบด้วยสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันร้ายแรง และเกิดเป็นอุปสรรค์ที่ทำให้พวกเขาต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด

 

 


 

คลิปหวาดเสียว ปิดตาทุบแตงโม (มีคลิป ครูฟิสิกส์โชว์ใช้สันขวานทุบอิฐบนตัวนร. และพลาด )

12610

เมื่อครูฟิสิกส์โชว์ใช้สันขวานทุบอิฐบนตัวนร.

 แต่ดันพลาดไปโดน…

messageImage_1560678813807

ชมคลิปครูสอนฟิสิกส์สาธิตสันขวานทุบอิฐบนตัวนร. แต่ดันพลาดไปโดน’นกเขา′

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เป็นหนึ่งคลิปวีดีโออันเจ็บปวดที่ถูกแชร์ต่ออย่างกว้างขวางภายในเวลาเพียงไม่นานสำหรับคลิป “How The Physics Teacher Lost His Job” เมื่อคุณครูฟิสิกส์รายหนึ่งอยากสาธิตเนื้อหาในวิชาให้นักเรียนดูจึงเรียกนักเรียนชายรายหนึ่งมานอนวางอิฐบนอก ก่อนจะใช้สันขวานทุบลงไปที่อิฐแต่ผลปรากฏว่าดันพลาดไปโดนเป้าของเด็กนักเรียนแทน งานนี้คงเจ็บตัวไม่มากก็น้อย

อย่างไรก็ตามโชคดีที่นักเรียนรายนี้ไม่ได้เจ็บตัวมากนัก คุณครูจึงยังคงสาธิตต่อและโชคดีอีกเช่นกันที่คราวนี้สำเร็จเสียที

 

 

ปีนพิชิตยอดเอเวเรสต์ “เพราะมันอยู่ที่นั่น” ( ดูภาพยนตร์ เรื่อง Everest ไต่ฟ้าท้านรก เต็มเรื่อง)

 …ฤดูปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ปีนี้ 2019 ถือเป็นอีกปีที่เกิดความสูญเสียชีวิตนักปีนเขามากที่สุด นับตั้งแต่ “เอ็ดมุนด์ ฮิลลารี” ชาวนิวซีแลนด์ กับ “เทนซิง นอร์เกย์” นักปีนเขาชาวเชอร์ปาในเนปาล ปีนขึ้นถึงยอดเขาสูงที่สุดของโลกเหนือระดับน้ำทะเล 8,848 เมตรอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อ 29 พ.ค. ปี 2496 หรือ 66 ปีก่อน…

ช่วงเดือน พ.ค.ปีนี้ ห้วงเวลา 16 วัน นักปีนยอดเขาเอเวอเรสต์สังเวยชีวิตบนยอดเขาสูงที่สุดของโลกแล้ว 11 ศพ พื้นที่เสียชีวิตของนักปีนเขาเคราะห์ร้ายล้วนอยู่ใน “เดธ โซน”–– Death Zone หรือเขตชั้นอากาศเบาบาง ออกซิเจนน้อย อยู่เหนือระดับน้ำทะเลเกิน 8,000 เมตร เฮลิคอปเตอร์บินขึ้นบนความสูงระดับนั้นไม่ได้

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เสียงวิจารณ์ถึงฤดูกาลปีนยอดเอเวอเรสต์ปีนี้มีผู้เสียชีวิตมากเกินกว่า 10 รายในช่วงเวลาไม่กี่วัน เพราะความแออัดยัดเยียดของกลุ่มนักปีนเขาบนเส้นทางจำกัดและต่างต้องการพิชิตเอเวอเรสต์ให้ได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสมปลอดภัยที่สุด ซึ่งมีห้วงเวลาแค่ไม่กี่วันในแต่ละฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงเดือน พ.ค.ถือเป็นห้วงเวลาเหมาะสมที่สุดของทุกปี

รัฐบาลเนปาลปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ ทั้งอ้างถึงเหตุผลนานาประการอันเป็นสาเหตุของความสูญเสียชีวิตของเหล่านักปีนเขาจากทั่วโลก

ปัญหาสำคัญของการสูญเสียชีวิตนักปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ส่วนใหญ่ไล่ตั้งแต่ “การขาดประสบการณ์”

นักปีนเขาผู้ต้องการพิชิตยอดเอเวอเรสต์จำนวนมากไม่มีทักษะการปีนเขาสูงอย่างพอเพียง หลายคนไม่ผ่านการทดสอบทักษะหรือเคยผ่านการฝึกปีนเขาระดับต่ำกว่าเอเวอเรสต์มาก่อน ในขณะที่เหล่านักปีนเขาเชี่ยวชาญประสบการณ์

จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีกว่าบนพื้นที่สูง ซึ่งเหล่านักปีนยอดเอเวอเรสต์อาจต้องเผชิญสภาพอากาศลมแรงมากถึงราว 320 กม.ต่อชั่วโมง ทั้งต้องเสียเวลาพักคอยสภาพอากาศเหมาะสม บางครั้งต้องใช้เวลาหลายวัน

สภาพร่างกายไม่พร้อม

อีกเงื่อนไขสำคัญที่คร่าชีวิตเหล่านักปีนยอดเอเวอเรสต์แล้วจำนวนมาก บริษัททัวร์นำปีนขึ้นยอดเอเวอเรสต์หลายแห่ง ไม่ตรวจละเอียดถึงสภาพความพร้อมทางร่างกายของเหล่านักปีนเขา เพราะต้องการ “เรียกลูกค้า” ชิงความได้เปรียบทางธุรกิจ

ปัญหาด้านอุปกรณ์สนับสนุน

เพราะต้องช่วงชิงผลประโยชน์ทางธุรกิจ บริษัทรับจัดการปีนยอดเอเวอเรสต์พากันแข่ง “ลดกระหน่ำ” ตัดราคาค่าใช้จ่าย ทำให้อุปกรณ์สำคัญๆ รวมถึงอาหารและเครื่องยังชีพอื่นๆต้องถูกตัดทอนลง ยิ่งทำให้โอกาสเสียชีวิตของเหล่านักปีนเขาประเภท “โลว์คอสต์” สูงขึ้น

ตลอดห้วงเวลาการปีนพิชิตยอดเอเวอเรสต์นับตั้งแต่ช่วงปี 1953 มีผู้ปีนพิชิตยอดเขาสูงที่สุดของโลกสำเร็จแล้วมากกว่า 5,000 คน รวมถึงนักปีนเขาชาวไทย 2 ราย ส่วนผู้คนต้องสังเวยชีวิตระหว่างภารกิจปีนยอดเอเวอเรสต์อย่างเป็นทางการแล้วกว่า 306 ราย แต่ตัวเลขไม่เป็นทางการมากกว่านั้น

ร่างผู้เสียชีวิตและสูญหายระหว่างปีนยอดเอเวอเรสต์ยังไม่พบจำนวนมาก ญาติพี่น้องผู้สูญหายหลายรายไม่ต้องการให้เก็บกู้หาร่างนักปีนเขาเหล่านั้นด้วยเหตุผลหลากหลาย บ้างอยากให้ร่างนักปีนเขาเหล่านั้นได้อยู่ถาวรในสถานที่ที่พวกเขารัก และบ้างไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายมหาศาลเพื่อภารกิจตามหาและเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตลงมาจากยอดเขาสูงที่สุดของโลก

ยังไงก็ตาม ผู้คนจากทั่วโลกยังคงหลั่งไหลสู่เนปาลหวังปีนพิชิตยอดเอเวอเรสต์มากขึ้นทุกปี หวังท้าทายวลีอมตะเกี่ยวกับยอดเอเวอเรสต์ …“เพราะมันอยู่ที่นั่น”…

โหรกระแส

https://www.thairath.co.th/news/foreign/1592535

คลิป  “เอเวอเรสต์” ยอดเขามรณะสุดท้าทาย

 ดูภาพยนตร์ เรื่อง Everest ไต่ฟ้าท้านรก เต็มเรื่อง

คลิกดูภาพยนตร์ ที่นี่

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-bookวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2560 ของสำนักพิมพ์ OoKBee และ คลิป โลกร้อนถึงขั้นวิกฤต (Climate change)

Cover

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-bookวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2560 ของสำนักพิมพ์ OoKBee

     1545553384479

คลิกค่ะ  ฟรี 

คลิป โลกร้อนถึงขั้นวิกฤต (Climate change)

 

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

คลิกดูภาพยนตร์

An Inconvenient Truth เรื่องจริง ช๊อคโลก

คลิกดูต่อ