เรื่องทั้งหมดโดย charud

ถังขยะเคลื่อนที่

 

ถังขยะเคลื่อนที่

ถังขยะเคลื่อนที่

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

คอลัมน์ แจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์

ถังขยะเคลื่อนที่ – แอนดรูว์ เมอร์เรย์ ประธานบริษัทเรซซี ในสหรัฐอเมริกา เปิดตัว “สมาร์ตแคน” (SmartCan) ถังขยะอัตโนมัติที่ช่วยลดภาระเจ้าของบ้านจากการเข็นถังขยะออกไปวางนอกบ้านเพื่อให้รถของหน่วยงานสุขาภิบาลจัดเก็บ ด้วยระบบอัจฉริยะที่ติดตั้งในถังขยะสมาร์ตแคน เมื่อเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่น สมาร์ตแคนบนโทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ตโฟน

ผู้ใช้งานสามารถกำหนดเวลาที่ต้องการให้สมาร์ตแคนออกไปรอการจัดเก็บ และกลับเข้าที่เดิมเมื่อเจ้าหน้าที่สุขาภิบาลทิ้งขยะเสร็จแล้ว การทำงานของสมาร์ตแคนนั้นเป็นการเคลื่อนที่ระหว่างจุดวางขยะ ซึ่งผู้ใช้จะวางแถบวางสมาร์ตแคนจุดแรกไว้ในบ้าน ส่วนจุดที่สองวางไว้ข้างนอกริมถนน หรือในพื้นที่ที่หน่วยสุขาภิบาลจัดเก็บขยะ

เมื่อถึงเวลาที่ได้รับการป้อนคำสั่งจากผู้ใช้งาน สมาร์ตแคนจะเคลื่อนที่แบบอัตโนมัติไปยังจุดวางแถบสมาร์ตแคน ด้วยเซ็นเซอร์อัจฉริยะสมาร์ตแคนสามารถแล่นไปตาม ทาง และหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงไม่ต้องกังวลว่าสมาร์ตแคนจะไปถึงจุดเก็บขยะทันเวลาหรือไม่ นอกจากการใช้สมาร์ตแคนจะสะดวกสบายแล้ว ยังช่วยลดความยุ่งยากเมื่อต้องเข็นถังขยะออกมาในช่วงที่มีฝนและหิมะตกหนัก

ที่สำคัญคือไม่ต้องสัมผัสกับถังขยะซึ่งเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคบ่อยๆ ด้วย

https://www.khaosod.co.th/sci-tech/news_2971872

 

เปิดภาพ ท้องฟ้าสีชมพู ความสวยงามก่อน “ไต้ฝุ่นฮากิบิส” ถล่มญี่ปุ่น (คลิป)

1570852054574@2xmessageImage_1570851837654

เปิดภาพ ท้องฟ้าสีชมพู ในวันที่ “พายุไต้ฝุ่นฮากิบิส” จ่อถล่มญี่ปุ่น โซเชียลชี้เป็นความสวยงามมุ้งมิ้ง แต่แอบมีความโหดซ่อนอยู่ พร้อมติดแฮชแท็ก #SaveJapan ขอให้ทุกคนปลอดภัย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ต้ฝุ่น “ฮากิบิส” โดยคาดว่าพายุลูกนี้จะเคลื่อนผ่านหมู่เกาะโองาซาวาระ มุ่งหน้ามายังภูมิภาคคันโต ทางตะวันออกของเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งประกอบด้วย 8 จังหวัด รวมทั้งกรุงโตเกียว เมืองหลวง ในคืนวันเสาร์ที่ 12 ต.ค. หรือเช้าวันอาทิตย์ที่ 13 ต.ค. ขณะที่โซเชียลแห่ติดแฮชแท็ก #SaveJapan ให้กำลังใจ ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 11 ต.ค.62 เฟซบุ๊ก Na Noo ได้เผยภาพท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีชมพู โดยระบุว่า เป็นภาพที่ถ่าย ณ สถานีรถไฟฟ้า Kii-Katsuura ที่ วากายาม่า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา

เช่นเดียวกับเฟซบุ๊ก ‎Patt Patty‎ ที่ได้โพสต์คลิปท้องฟ้าสีชมพู ลงในกลุ่ม กลุ่มคนชอบตะลอนเที่ยวญี่ปุ่น โดยเป็นคลิปที่ถ่ายระหว่างนั่งรถไฟเข้าโอซาก้า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ระบุข้อความว่า ท้องฟ้ามุ้งมิ้งมาก แต่แอบมีความโหดซ่อนอยู่

เผยภาพ ดวงตามหาพายุ แรงเทียบเฮอริเคนระดับ 5 สถานทูตเตือนคนไทยเที่ยวญี่ปุ่น!

เมื่อวันที่ 11 ต.ค. เอ็นโอเอเอ หน่วยงานวิทยาศาสตร์ของสหรัฐฯที่ทำหน้าที่ตรวจสอบมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศ ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมสำรวจอุตุนิยมวิทยาของสหรัฐ แสดงให้เห็นพลังความรุนแรงของซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 5 “ฮากิบิส” ที่กำลังมุ่งหน้าข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปทางเหนือ เข้าญี่ปุ่น โดยคาดการณ์ว่าจะถึงฝั่งคันโต(ทางตะวันออกของญี่ปุ่น) ช่วงวันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2562 และส่งผลกระทบต่อพื้นที่คันโต (โตเกียว ฯลฯ) และโตไก (ชิซึโอกะ ฯลฯ) ระหว่างวันที่ 12-13 ตุลาคม 2562 คาดว่ากระแสลมในวันที่พายุถึงฝั่งคันโต (วันที่ 12 ตุลาคม 2562) จะมีความเร็วสูงสุดถึง 216 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง และส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง

11

เผยภาพ ดวงตามหาพายุ แรงเทียบเฮอริเคนระดับ 5 สถานทูตเตือนคนไทยเที่ยวญี่ปุ่น!

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศเตือนคนไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวในพื้นที่คันโต (โตเกียว ฯลฯ) และโตไก (ชิซึโอกะ ฯลฯ) และบริเวณใกล้เคียง ให้ติดตามสถานการณ์ ระวังภัยจากฝนตกหนัก และลมกระโชกแรง หลีกเลี่ยงการออกจากเคหะสถานในช่วงเวลาดังกล่าว ตรวจสอบความแข็งแรงของประตูหน้าต่าง เตรียมอาหาร น้ำ และของจำเป็นในสถานการณ์ฉุกเฉิน ระวังสิ่งของด้านนอกบ้านหรือระเบียงที่อาจปลิวจากลมกระโชกแรงและสร้างความเสียหายได้ โปรดเตรียมความพร้อมหากมีประกาศอพยพของทางการญี่ปุ่น

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เจ้าของรางวัลโนเบลฟิสิกส์ เชื่อเราไม่ได้อยู่ลำพัง คาดเจอเอเลี่ยนใน 30 ปี

ศ.ดิดีเยร์ เกโลซ 1 ใน 3 นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ร่วมคว้ารางวัลโนเบลฟิสิกส์ 2019 เชื่อมนุษย์เราไม่ได้อยู่กันลำพังในจักรวาลนี้ คาดจะเจอเอเลี่ยน สิ่งมีชีวิตนอกโลกภายใน 30 ปี

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เมื่อ 10 ต.ค.62 เว็บไซต์เทเลกราฟ และมิร์เรอร์รายงาน ศาสตราจารย์ ดิดีเยร์ เกโลซ ชาวสวิส ซึ่งเป็น 1 ใน 3 นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ที่ร่วมครองรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ประจำปี 2019 จากผลงานการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ หรือดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่นที่ไม่ใช่ดวงอาทิตย์ กล่าวที่กรุงลอนดอน เมื่อวันอังคารที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา เชื่อว่ามนุษย์บนโลก ไม่ได้อยู่กันเพียงลำพังในห้วงจักรวาลนี้ พร้อมกับทำนายว่า จะพบมนุษย์ต่างดาว ภายใน 30 ปีข้างหน้า

‘ผมไม่เชื่อว่าพวกเราอาศัยอยู่กันเพียงลำพังในห้วงจักรวาลนี้ มีเพียงไม่กี่ทางที่จะไปยังดาวเคราะห์มากมาย ไปยังดวงดาวมากมาย อีกทั้งเคมีคือจักรวาล ซึ่งเคมีจะนำไปสู่การมีชีวิตที่เกิดขึ้นได้ทุกหนทุกแห่ง’ ศ.เกโลซ ซึ่งทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในอังกฤษมาตั้งแต่ปี 2556 กล่าว และมั่นใจว่า สิ่งมีชีวิตนอกโลกจะถูกค้นพบจากโลกภายใน 100 ปี

อย่างไรก็ตาม ศ.เกโลซ เชื่อว่า มันเป็นไปได้ด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้นกว่าเดิมในการตรวจจับกิจกรรมทางเคมีชีวภาพ บนดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ อาจสามารถถูกสร้างขึ้นได้ภายใน 30 ปี

ทั้งนี้ศาสตราจารย์ เจมส์ พีเบิลส์ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชาวอเมริกันเชื้อสายแคนาดา รวมทั้งศาสตราจารย์มิเชล มายอร์ และศาสตราจารย์ ดิดีเยร์ เกโลซ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชาวสวิส ร่วมกันครองรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ประจำปี 2019 โดยศ.พีเบิลส์จากผลงานการพัฒนาทฤษฎีจักรวาลวิทยากายภาพ (Physical Cosmology) ขณะที่ ศ.มายอร์และศ.เกโลซ คว้ารางวัลโนเบลฟิสิกส์ประจำปี 2019 จากผลงานการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (Exoplanet) หรือดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่นที่ไม่ใช่ดวงอาทิตย์

ศ.มายอร์และเกโลซ ยังเป็นนักดาราศาสตร์ที่ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ซึ่งถูกตั้งชื่อว่า ‘51 Pegasi b’ ที่กำลังโคจรรอบดาวฤกษ์คล้ายดวงอาทิตย์ในทางช้างเผือกตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งการค้นพบดังกล่าวได้ก่อให้เกิดการปฏิวัติในแวดวงดาราศาสตร์ และทำให้เกิดความหวังที่ดีที่สุดในการพบสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์ดวงอื่นที่ไม่ใช่โลกของเรา

ข่าวเกี่ยวข้อง

กองทัพอากาศสหรัฐฯ ไม่ขำด้วย เตือนคนนับล้านขู่จะบุก แอเรีย 51ดูเอเลี่ยน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/1679740

ดาวเสาร์ครองแชมป์ มีดวงจันทร์เป็นบริวารมากที่สุด 82 ดวง

news-5564822265d9c6453b6cb4

นักดาราศาสตร์ ค้นพบว่าดาวเสาร์ครองแชมป์ดาวเคราะห์ที่มีดวงจันทร์เป็นบริวารมากที่สุดไปแล้ว ด้วยจำนวนดวงจันทร์ 82 ดวง แซงหน้าดาวพฤหัสไป 3 ดวง

วันนี้ (8 ต.ค.62) คณะนักดาราศาสตร์ นำโดย ดร.สกอตต์ เชฟเพิร์ด จากสถาบันวิทยาศาสตร์คาร์เนกี้ในกรุงวอชิงตัน ค้นพบว่า ดาวเสาร์มีดวงจันทร์เป็นดาวบริวารเพิ่มอีก 20 ดวงเป็น 82 ดวง เทียบกับดาวพฤหัสที่เคยมีตำแหน่งมีดวงจันทร์เป็นบริวารมากที่สุด คือ 79 ดวง

16482397305d9c64fada267

สำหรับการค้นพบดวงจันทร์ใหม่ของดาวเสาร์นี้ ถูกค้นพบผ่านกล้องดูดาวซูบารุ ที่เมืองมาอูนาเกีย รัฐฮาวาย ดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ที่พบใหม่นี้ 17 ดวงมีขนาดกว้างราว 5 กิโลเมตร และมีวงโคจรย้อนกลับ ส่วนอีก 3 ดวงโคจรมุมแหลม

3416504505d9c65022fd88

ดร.เชฟเพิร์ด หัวหน้าคณะนักดาราศาสตร์ผู้ค้นพบ กล่าวว่า การศึกษาการโคจรของดวงจันทร์ที่พบใหม่นี้ ทำให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับต้นกำเนิดของดวงจันทร์เหล่านี้ และเชื่อว่ายังมีดวงจันทร์อีกหลายดวงที่โคจรรอบดาวเสาร์รอให้ค้นพบอีก เพียงแต่ต้องรอกล้องดูดาวที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ เพื่อที่จะได้ค้นหาดวงจันทร์ที่มีขนาดกว้างเพียง 1 กิโลเมตร สำหรับทีมนักดาราศาสตร์ที่ค้นพบนอกจาก ดร.เชปเพิร์ด แล้ว ยังมีศาสตราจารย์เดวิด เจวิตต์ แห่งมหาวิทยาลัยยูซีแอลเอ และศาสตราจารย์แจน เคลย์นา แห่งมหาวิทยาลัยฮาวาย

https://www.tnnthailand.com/content/18605

ไททัน ดาวบริวารแห่งดาวเสาร์

โนเบล : 3 นักดาราศาสตร์ครองรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2019 ร่วมกัน

โนเบล : 3 นักดาราศาสตร์ครองรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2019 ร่วมกัน – BBCไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ศาสตราจารย์ เจมส์ พีเบิลส์ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชาวอเมริกันเชื้อสายแคนาดา รวมทั้งศาสตราจารย์ มิเชล มายอร์ และศาสตราจารย์ ดิดีเยร์ เกโลซ สองนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชาวสวิส ร่วมกันครองรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2019 จากผลงานการพัฒนาทฤษฎีจักรวาลวิทยากายภาพ (Physical Cosmology) และการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (Exoplanet) ซึ่งเปลี่ยนแปลงความเข้าใจของมนุษย์เกี่ยวกับโลกและจักรวาลไปอย่างสิ้นเชิง

ศาสตราจารย์พีเบิลส์ซึ่งดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์กิตติคุณด้านวิทยาศาสตร์ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันของสหรัฐฯ ได้รับการยกย่องจากผลงานทางทฤษฎีหลายเรื่อง ที่นำไปสู่ความเข้าใจต่อพัฒนาการทางกายภาพของเอกภพในช่วงเวลาต่าง ๆ นับแต่เหตุการณ์บิ๊กแบงราว 14,000 ล้านปีก่อนเป็นต้นมา

โนเบลฟิสิกส์
James Peebles, Didier Queloz and Michel Mayor share the nine million kronor prize (จากซ้ายไปขวา) ศ. เจมส์ พีเบิลส์, ศ. ดิดีเยร์ เกโลซ และศ. มิเชล มายอร์ / BBC

ศ. พีเบิลส์ ได้ทำนายถึงการมีอยู่ของรังสีไมโครเวฟพื้นหลังของจักรวาล (CMB) ซึ่งเป็นแสงสว่างจาง ๆ ของเหตุการณ์บิ๊กแบงที่หลงเหลืออยู่ และการก่อตัวของนิวเคลียสอนุภาคต่าง ๆ หลังเอกภพเริ่มขยายตัว ซึ่งได้ช่วยในการพัฒนาแบบจำลองบิ๊กแบง รวมทั้งความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับสสารมืดและพลังงานมืดอีกด้วย

ศ. พีเบิลส์จะได้รับเงินรางวัลครึ่งหนึ่งจากจำนวนทั้งหมด 9 ล้านโครน (ราว 28 ล้านบาท) ในขณะที่ศ. มายอร์ และศ. เกโลซ จากมหาวิทยาลัยเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ จะได้รับเงินรางวัลอีกครึ่งหนึ่งร่วมกัน จากผลงานการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงแรกในกลุ่มดาวเพกาซัส ซึ่งพลิกแนวคิดเรื่องตำแหน่งแห่งที่ของโลกและระบบสุริยะอื่น ๆ ในสายตาของนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ไปอย่างมาก

ทั้งนี้ การค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ทำให้มนุษย์ได้ตระหนักว่าระบบสุริยะของเราไม่จำเป็นจะต้องมีสภาพแวดล้อมเหมือนกับระบบสุริยะอื่น ๆ แต่ก็ได้ค้นพบด้วยว่า ในระบบเหล่านั้นมีดาวเคราะห์ที่คล้ายคลึงกับโลกอีกมากมาย ซึ่งอาจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ด้วย

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_2957215

อุทาหรณ์ไร้ที่กั้น! รถไฟพุ่งชนกระบะเต็มแรง เสียงดังสนั่น เผยคลิปนาทีระทึก (ความรู้ฟิสิกส์ เรื่อง โมเมนตัม และการชน)

อุทาหรณ์ไร้ที่กั้น! รถไฟพุ่งชนกระบะเต็มแรง เสียงดังสนั่น เผยคลิปนาทีระทึก

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

วันที่ 7 ต.ค. ร.ต.อ.พีระฉัตร ปุ้มตะมะ รองสารวัตรสอบสวน สภ.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร รับแจ้งเหตุรถไฟชนรถกระบะ ที่หน้าวัดโสภณาราม ม.5 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร พบรถไฟสายมหาชัย-วงเวียนใหญ่ ขบวนที่ 4341 ด้านหน้าหัวรถไฟฉีกขาด และพบรถกระบะ โตโยต้า สีเงิน ทะเบียน บห 7275 พิษณุโลก ประตูรถและกระบะด้านซ้ายพังยับเยินไปทั้งแถบ

นายสหรัฐ หัสกุล อายุ 37 ปี คนขับ กล่าวว่า ตนรับคนงานมา 4 คน จะไปทำงานก่อสร้างที่วัดสหกรณ์โฆษิตาราม ห่างจากที่เกิดเหตุไม่มากนัก ขับมาตามทาง ปกติก็ใช้เส้นทางนี้ในการเดินทางไปกลับ แต่เมื่อก่อนจะมีคนคอยนำเครื่องกั้นมากั้นให้เวลาที่รถไฟจะมาถึงตรงทางตัดผ่าน แต่วันนี้ไม่มี จึงไม่ได้สังเกตเห็นว่ารถไฟกำลังมา ก็เลยจะขับแซงรถคันอื่นขึ้นมาจึงเจอรถไฟพอดี ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า ขบวนรถไฟวิ่งมาจากสถานีวงเวียนใหญ่เพื่อจะเข้าสถานีมหาชัย แต่มาประสบเหตุก่อน ส่วนเครื่องกั้นรถไฟที่แต่เดิมเคยมีคนนำออกมากั้นให้เวลาที่รถไฟใกล้จะมาถึงนั้น ตอนนี้ไม่มีคนทำแล้วเพราะทางการรถไฟได้ยกเลิกการจ้างคนไปตั้งแต่เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา

เบื้องต้นได้ประสานรถยกนำรถกระบะออกจากที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งจะเรียกคนขับรถไฟและรถกระบะไปสอบสวนเพิ่มเติม แต่จะแจ้งข้อกล่าวหากับคนขับรถกระบะว่าขับรถโดยประมาท

ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิด ของ อบต.โคกขาม เผยภาพเหตุการณ์ในช่วงจังหวะที่รถกระบะขับแซงรถคันอื่นที่จอดรอรถไฟขึ้นมา จึงทำให้ถูกรถไฟชนอย่างแรง โชคดีที่ทุกคนปลอดภัย

https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_2952738

 (ความรู้ฟิสิกส์ เรื่อง โมเมนตัม)

คลิกอ่านต่อครับ

รูปทรงกะโหลกศีรษะมนุษย์มี “สัดส่วนทอง” เหมือนในงานศิลปะ

รูปทรงกะโหลกศีรษะมนุษย์
Science Photo Library

รูปทรงกะโหลกศีรษะมนุษย์มี “สัดส่วนทอง” เหมือนในงานศิลปะ – BBCไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เชื่อกันว่าสิ่งสวยงามที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือศิลปะชั้นยอดที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น ล้วนแต่มีรูปทรงตามแบบแผนของ “สัดส่วนทอง” (Golden Ratio) ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จของความงามและความประณีตซับซ้อนที่เป็นสากลในสรรพสิ่ง ล่าสุดมีผู้ค้นพบว่า แม้แต่กะโหลกศีรษะของมนุษย์ก็สร้างขึ้นด้วยสัดส่วนทองนี้เช่นกัน

ศาสตราจารย์ราฟาเอล ทาร์มาโก ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทศัลยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ของสหรัฐฯ เผยถึงการค้นพบข้างต้นในวารสาร Journal of Craniofacial Surgery โดยระบุว่าความยาวของเส้นโค้งที่ผ่ากลางกะโหลกศีรษะ ซึ่งเริ่มจากจุดสูงสุดของสันจมูก (Nasion) มาถึงโหนกท้ายทอย (Inion) ที่ด้านหลังของศีรษะ มีลักษณะของสัดส่วนทองแฝงอยู่ โดยคิดเป็นค่าทางคณิตศาสตร์ได้ราว 1.6

ตัวเลขดังกล่าวใกล้เคียงอย่างมากกับค่าของสัดส่วนทอง หรือค่า Phi ซึ่งถือเป็นจำนวนอตรรกยะ (Irrational numbers) คิดเป็นเลขทศนิยมไม่รู้จบได้ที่ 1.618… โดยก่อนหน้านี้พบค่าทางคณิตศาสตร์ดังกล่าวในลวดลายและโครงสร้างของพืชและสัตว์หลายชนิด เช่นในลูกสน เปลือกหอย ไปจนถึงในพายุเฮอริเคนและดาราจักรต่าง ๆ รวมทั้งในหัวใจและเซลล์เม็ดเลือดของมนุษย์

สัดส่วนทองนั้นสามารถจะคำนวณหาได้ โดยนำเส้นสำคัญเส้นหนึ่งในลวดลายหรือรูปทรงต่าง ๆ มาแบ่งออกเป็นสองส่วนให้มีความยาวไม่เท่ากัน เมื่อใดที่อัตราส่วนระหว่างส่วนที่ยาวกว่าหารด้วยส่วนที่สั้นกว่า มีค่าเท่ากับอัตราส่วนระหว่างความยาวทั้งหมดหารด้วยส่วนที่ยาวกว่า เมื่อนั้นค่าทางคณิตศาสตร์ที่ทำให้เกิดความสวยงามสมบูรณ์แบบมากที่สุดจะปรากฏขึ้น

ในกรณีของกะโหลกศีรษะมนุษย์นั้น เมื่อนำความยาวจากจุดรอยประสานกะโหลกศีรษะด้านหน้า (Bregma) หรือจุด B ที่วัดไปยังโหนกท้ายทอยหรือจุด I มาหารด้วยความยาวที่วัดจากจุดสูงสุดของสันจมูกหรือจุด N ไปถึงจุดB แล้ว จะสามารถคำนวณได้ตัวเลขอัตราส่วนเท่ากับความยาวเส้นโค้งกะโหลกศีรษะทั้งหมด (N ถึง I) หารด้วยความยาวจากจุด B ถึงจุด I แบบพอดิบพอดี โดยจุดที่ใช้ในการคำนวณเหล่านี้เป็นตำแหน่งโครงสร้างที่สำคัญของกะโหลกมนุษย์ทั้งสิ้น

โครงสร้างของเปลือกหอยนอติลุสหรือหอยงวงช้าง เป็นตัวอย่างคลาสสิกของสัดส่วนทองในธรรมชาติ
Getty Images

โครงสร้างของเปลือกหอยนอติลุสหรือหอยงวงช้าง เป็นตัวอย่างคลาสสิกของสัดส่วนทองในธรรมชาติ

ศ.ทาร์มาโกและทีมวิจัยยังได้ตรวจสอบสัดส่วนรูปทรงกะโหลกศีรษะของมนุษย์ 100 ราย เทียบกับกะโหลกศีรษะของสัตว์ 6 ชนิด ได้แก่สุนัข กระต่าย เสือ สิงโต และลิงอีกสองชนิด ทั้งหมดจำนวน 70 ตัว พบว่ากะโหลกศีรษะของมนุษย์มีความใกล้เคียงตรงกับสัดส่วนทองมากที่สุด ในขณะที่สัตว์อื่น ๆ จะมีรูปทรงกะโหลกศีรษะเข้าใกล้สัดส่วนทองมากขึ้นตามแต่ชนิดพันธุ์ โดยสัตว์ที่มีวิวัฒนาการและความซับซ้อนของสมองสูงกว่า จะมีรูปทรงกะโหลกศีรษะเข้าใกล้สัดส่วนทองมากขึ้นตามลำดับ

ศ. ทาร์มาโกระบุในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ว่า “วิวัฒนาการในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา ทำให้กะโหลกศีรษะมนุษย์กลายเป็นศูนย์รวมของความกลมกลืนอันงดงาม ที่ผสมผสานระหว่างรูปทรงโครงสร้างและประโยชน์ใช้สอยอย่างลงตัว”

“เราเชื่อว่าการค้นพบครั้งนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในด้านมานุษยวิทยาและวิวัฒนาการ ซึ่งจะต้องศึกษากันต่อไปว่า สัดส่วนทองเป็นสัญลักษณ์ของระเบียบแบบแผนขั้นสูงสุดในธรรมชาติ ที่จะนำสิ่งมีชีวิตไปสู่ความสมบูรณ์แบบใช่หรือไม่”

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_2948808

ค้นพบวัสดุใหม่ดำมืดที่สุดในโลก ดำยิ่งกว่าสี “แวนตาแบล็ก”

เพชรสีเหลืองที่ส่องประกายเจิดจ้าหายไปในความมืด หลังถูกห่อหุ้มด้วยวัสดุชนิดใหม่ที่ดำที่สุดในโลก

สถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์หรือเอ็มไอที (MIT) ของสหรัฐฯ เปิดตัววัสดุชนิดใหม่ที่มีสีดำมืดที่สุดในโลก โดยสามารถดูดกลืนแสงได้มากกว่า 99.995% ทำลายสถิติของสี “แวนตาแบล็ก” (Vantablack) ที่เคยครองแชมป์ความมืดทึบมาก่อนหน้านี้แต่ดูดกลืนแสงได้สูงสุดที่ 99.96% เท่านั้น

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เอ็มไอทีเผยว่ายังไม่มีการตั้งชื่อให้กับวัสดุดังกล่าวซึ่งจัดเป็นคาร์บอนนาโนทิวบ์ประเภทหนึ่ง โดยนักวิจัยด้านวิศวกรรมได้ค้นพบวัสดุนี้โดยบังเอิญ ขณะทำการทดลอง “เพาะ” สายคาร์บอนนาโนทิวบ์ให้เติบโตขึ้นบนวัสดุนำไฟฟ้าเช่นอะลูมิเนียม

รายงานการค้นพบที่ตีพิมพ์ในวารสาร ACS Applied Materials & Interfaces ระบุว่า เมื่อคาร์บอนนาโนทิวบ์เรียงตัวกันเป็นเส้นในแนวตั้งบนแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ที่อยู่ในภาวะพิเศษ จนดูคล้ายกับ “ต้นไม้เล็ก ๆ ที่เติบโตขึ้นอย่างยุ่งเหยิงในป่าทึบ” ปรากฏว่ามันดูเป็นสีดำมืดผิดปกติชนิดที่ผู้วิจัยไม่เคยได้เห็นมาก่อน

ตัวอย่างของสีดำ "แวนตาแบล็ก" (Vantablack) ที่ดูดกลืนแสงสว่างได้ 99.96%Image copyrightSURREY NANOSYSTEMS
คำบรรยายภาพตัวอย่างของสีดำ “แวนตาแบล็ก” (Vantablack) ที่ดูดกลืนแสงสว่างได้ 99.96%

เมื่อทดสอบวัดการดูดกลืนแสงของคาร์บอนนาโนทิวบ์ชนิดนี้ พบว่ามันสามารถดูดกลืนแสงได้มากกว่าสีดำแวนตาแบล็กอันโด่งดัง ซึ่งเป็นผลงานของบริษัท Surrey Nanosystems ของสหราชอาณาจักรเมื่อหลายปีก่อน โดยวัสดุชนิดใหม่สะท้อนแสงที่สายตามนุษย์มองเห็นได้ออกมาน้อยกว่าถึง 10 เท่า

ศิลปินของเอ็มไอทีได้จัดแสดงผลงานศิลปะ ซึ่งเผยถึงคุณสมบัติดูดกลืนแสงที่ไม่ธรรมดาของวัสดุใหม่นี้ โดยใช้มันเคลือบห่อหุ้มเพชรสีเหลือง 16 กะรัตที่ส่องประกายเจิดจ้า จนเพชรน้ำงามทั้งเม็ดหายไปในความมืดสนิท “เหมือนตกลงไปในหลุมดำ″ อย่างไร้ร่องรอย

ศาลาจัดแสดงนิทรรศการของบริษัทรถยนต์ฮุนไดถูกทาด้วยสีดำแวนตาแบล็ก เพื่อดึงดูดผู้เข้าชมมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้เมื่อปีที่แล้วImage copyrightGETTY IMAGES
คำบรรยายภาพศาลาจัดแสดงนิทรรศการของบริษัทรถยนต์ฮุนไดถูกทาด้วยสีดำแวนตาแบล็ก เพื่อดึงดูดผู้เข้าชมมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้เมื่อปีที่แล้ว

ศาสตราจารย์ไบรอัน วอร์เดิล ของเอ็มไอทีบอกว่า ทีมผู้วิจัยยังไม่ทราบชัดถึงสาเหตุที่ทำให้คาร์บอนนาโนทิวบ์ชนิดใหม่มีคุณสมบัติการดูดกลืนแสงที่สูงมากขนาดนี้ ซึ่งจะต้องศึกษาค้นคว้ากันต่อไป โดยเขาเชื่อว่าในอนาคตจะยังมีการค้นพบวัสดุที่ดำมืดยิ่งกว่านี้ขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ

“วัสดุสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสงได้มาก มีประโยชน์ต่อการพัฒนาอุปกรณ์จำพวกกล้องถ่ายภาพและกล้องโทรทรรศน์ และอาจช่วยขจัดการรบกวนของแสงต่อกล้องโทรทรรศน์อวกาศ ซึ่งจะทำให้การบันทึกภาพต่าง ๆ ในห้วงจักรวาลมีคุณภาพดีขึ้น” ศ. วอร์เดิลกล่าว

https://www.bbc.com/thai/features-49705706

ภูเขาน้ำแข็ง 3 แสนล้านตัน หลุดจากหิ้งน้ำแข็งในแอนตาร์กติกา

ภูเขาน้ำแข็ง
COPERNICUS DATA/SENTINEL-1/@StefLhermitte

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ภูเขาน้ำแข็ง 3 แสนล้านตัน หลุดจากหิ้งน้ำแข็งในแอนตาร์กติกา

 

ภูเขาน้ำแข็ง – วันที่ 1 ต.ค. เอบีซี รายงานว่า ภูเขาน้ำแข็งขนาด 1,636 ตารางกิโลเมตร น้ำหนัก 315,000 ล้านตัน หลุดออกจากหิ้งน้ำแข็งในแอนตาร์กติกาแล้ว

กรมแอนตาร์กติกาออสเตรเลีย (AAD) รายงานว่า ภูเขาน้ำแข็งลูกดังกล่าว ซึ่งมีชื่อ ดี 28 (D28) หลุดออกจากหิ้งน้ำแข็งเอเมอร์  ทางตะวันออกของแอนตาร์กติกา เมื่อวันพฤหับสดีที่ 26 ก.ย. โดยนักวิทยาศาสตร์สังเกตปรากฏการณ์ดังกล่าวจากภาพถ่ายจากดาวเทียม

An inset points to the location of a helicopter on the Amery ice shelf
Australian Antarctic Division

ดร.เบ็น แกลตัน-เฟนซี นักวิทยาธารน้ำแข็งแห่ง AAD กล่าวว่า ภูเขาน้ำแข็งหลุดครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระดับน้ำทะเล เนื่องจากหิ้งน้ำแข็งเอเมอรีลอยอยู่ก่อนแล้ว เหมือนก้อนน้ำแข็งในแก้วน้ำ

Illustration of an ice shelf
Sue Cook

“แต่สิ่งน่าสนใจที่จะต้องดูต่อไปคือว่า ภูเขาน้ำแข็งที่หลุดออกไปจะมีส่งผลต่อมหาสมุทรที่จะละลายข้างใต้หิ้งน้ำแข็งเอเมอรีที่เหลืออยู่อย่างไร และความเร็วของการไหลของน้ำแข็ง (Ice Flow) ออกไปจากแอนตาร์กติกา”

A helicopter flies over the Amery ice shelf break
Australian Antarctic Division

หิ้งน้ำแข็งเป็นแผ่นน้ำแข็งหนา ลอยตัวเหนือมหาสมุทร ก่อตัวเป็นธารน้ำแข็งไหลลงสู่ชายฝั่งและบนพื้นผิวมหาสมุทร การสูญเสียภูเขาน้ำแข็งเป็นการที่ธารน้ำแข็งรักษาสมดุลระหว่างปริมาณหิมะตกและทับถมลงมา

ภูเขาน้ำแข็งดี 28 เป็นส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็งที่มีชื่อ ฟันน้ำนม เนื่องจากรูปร่างคล้ายฟันน้ำนม และนักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะเป็นส่วนที่หลุดออกจากหิ้งน้ำแข็งอาเมรี

  • ไม่เชื่อมโยงกับ “การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ” (Climate Change)

เฮเลน อแมนดา ฟริกเกอร์ ศาสตราจารย์แห่งสถาบันสมุทรศาสตร์ สคริปป์ส (Scripps) ในสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์สังเกตรอยแตกในหิ้งน้ำแข็งเอเมอรีเป็นครั้งแรกเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ทำนายว่า ภูเขาน้ำแข็งลูกใหญ่จะหลุดออกไประหว่างปี 2553-2558

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่เห็นปรากฏการณ์ภูเขาน้ำแข็งหลุดหลังจากปีที่ผ่านมานี้ เรารู้แล้วจะต้องเกิดขึ้นในที่สุด แต่แค่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา และเกิดขึ้นไม่ตรงกับที่เราคาดไว้ตอนแรก”

ฟริกเกอร์กล่าวว่า ปรากฏการณ์ภูเขาน้ำแข็งหลุดนี้ไม่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งวัฏจักรปกติของหิ้งน้ำแข็ง ซึ่งจะมีการหลุดออกครั้งใหญ่ทุก 60-70 ปี

อย่างไรก็ตาม ซู คุก จากสถาบันทะเลและอาร์กติกศึกษา (IMAS) เชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศจะส่งผลกระทบต่อหิ้งน้ำแข็งในอนาคต ปรากฏการณ์ภูเขาน้ำแข็งหลุดออกจะเพิ่มขึ้น

“กระบวนการมากมายต่างๆ จะเกิดขึ้น ขณะที่น้ำรอบแอนตาร์กติกาอุ่น หิ้งน้ำแข็งจะเริ่มบางลงและเสี่ยงต่อการหลุดเพิ่มขึ้น พื้นผิวบนหิ้งน้ำแข็งจะละลายเพิ่มขึ้น และสามารถเข้าไปในรอยแตกและขยายออก”

นักวิทยาศาสตร์จาก IMAS กล่าวด้วยว่า จะติดตามการเคลื่อนที่ของภูเขาน้ำแข็งดี 28 ต่อไป เนื่องด้วยขนาดใหญ่ ง่ายต่อการติดตาม และง่ายต่อการคำนวณว่า ภูเขาน้ำแข็งลูกนี้จะเคลื่อนที่ไปไหน และแสดงความหวังว่า ภูเขาน้ำแข็งลูกนี้จะไม่สร้างความเสี่ยงมหาศาลต่อการเดินเรือ

  • ภูเขาน้ำแข็งหลุดครั้งใหญ่ล่าสุดจากหิ้งน้ำแข็งเอเมอรีเมื่อทศวรรษที่ 1960

สำหรับ เอเมอรี เป็นหิ้งน้ำแข็งขนาด 60,000 ตารางกิโลเมตร มีขนาดใหญ่สุดอันดับ 3 ในแอนตาร์กติกา

นักวิทยาศาสตร์ใช้เวลาศึกษาหิ้งน้ำแข็งเอเมอรี่มาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960 และบันทึกการหลุดครั้งใหญ่ล่าสุดในปลายปี 2506 ถึงต้นปี 2507

ภูเขาน้ำแข็งที่หลุดออกมาเป็นทรงกลมขนาดราว 10,000 ตารางกิโลเมตร ก่อนแยกตัวออกเป็นภูเขาน้ำแข็งลูกเล็ก 2 ก้อน ในปี 2508

https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_2937788