หนูจอมพลัง3ล้านปี! พบซากสมบูรณ์ครบ แม้กระทั่งขนสีแดง

หนูจอมพลัง3ล้านปี!

หนูจอมพลัง3ล้านปี! พบซากสมบูรณ์ครบ แม้กระทั่งขนสีแดง

หนูจอมพลัง3ล้านปี! – ซีเอ็นเอ็น รายงานการค้นพบฟอสซิลหนูตัวเล็กขนสีแดง ในหมู่บ้านวิลเลอร์เฮาเซน ประเทศเยอรมนี เป็นฟอสซิลที่สมบูรณ์มากเพราะยังมีโครงกระดูก เนื้อเยื่ออ่อน กะโหลก เท้าและหางอยู่ครบแม้ผ่านกาลเวลามาสามล้านปีก็ตาม นักวิจัยจึงตั้งฉายาให้หนูตัวนี้ว่า “หนูจอมพลัง”

คณะนักวิจัยทีม SLAC National Accelerator Laboratory รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ใช้การตรวจสอบข้อมูลชีวภาพด้วยเทคนิคทางเคมีจนพบรงควัตถุสีแดง ซึ่งสีขนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สัตว์ปรับตัวจนมีชีวิตอยู่รอดผ่านวิวัฒนาการมาหลายล้านปี

แต่การที่จะบ่งชี้สารสีในสัตว์หลายๆ สปีชีส์ที่สูญพันธุ์ไปนานแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายๆ โดยเฉพาะสีสันที่แท้จริง

เมื่อ 10 ปีก่อน คณะนักวิจัยแยกแยะสารสีดำเหมือนกับสารสีดำในขนอีกา และในตอนนี้ พบสารสีแดง เหมือนสีขนสุนัขจิ้งจอก ซึ่งสารสีแดงนี้ไม่ค่อยคงทนเมื่อผ่านกาลเวลาและพิสูจน์ให้ชัดเจนได้ยาก

https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_2543267

สิ่งประดิษฐ์สร้างสรรค์จากจีน

 1558660107233

1. กระเป๋าเดินทางเป็นที่นั่งได้  2. กระป๋องน้ำร้อน USB  3. ร่มรถ  4. เครื่องดักจักแมลงวัน 5.ที่ถักเปียผม  และอื่นๆอีกมากมาย

5G จะแตกเป็น 2 มาตรฐาน จีน กับ อเมริกา

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที เผย ยุค 5G เป็นของจีนแน่นอน หลังเป็นฐานผลิตสำคัญด้านเทคโนโลยี พร้อมสู้ทุกด้านไม่ง้ออเมริกา ต้องขอบคุณทรัมป์ เพราะหัวเว่ยรอโอกาสนี้มานาน

จากกรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกาแบนสินค้าของ หัวเว่ย บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน จนส่งผลให้กูเกิลประกาศตัดสิทธิการใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และแอปพลิเคชั่นแก่สมาร์ทโฟน

ตามคำสั่งรัฐบาลสหรัฐอเมริกานั้น มีผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ด้านเทเลคอม และสาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กและฟันธงอนาคตที่จะเกิดขึ้นในอันสั้นและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภค หนึ่งในนั้นคือ “ปฐม อินทโรดม” ซีอีโอบริษัท บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ได้โพสเฟสบุ๊คส์ซึ่งมี เนื้อหาดังนี้

Android ประกาศแบน Huawei ? ขอบคุณอเมริกาที่ทำให้จีนมีวันนี้ ยุค 5G เป็นของจีนแน่นอน เตรียมรับ Platform ใหม่ทั้ง หนัง เพลง แอพ ฯลฯ แต่ไหนแต่ไรนโยบายไฮเทคของอเมริกาเอื้อให้เกิดภาวะ win-win ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ผลิต ทั่วโลก เพราะการขยายตัวของสมาร์ทโฟนตลอดสิบปีที่ผ่านมา อเมริกาถือเป็นประเทศต้นน้ำ ออกแบบและสร้างเทคโนโลยี แต่ไม่มีโรงงานที่พร้อมเพียงพอจะผลิตปริมาณมากๆ

จึงต้องอาศัยจีนเป็นฐานผลิตสำคัญ ผู้ใช้ทั่วโลกก็แฮปปี้เพราะได้ใช้เทคโนโลนีทันสมัยได้รวดเร็วทันใจ จากเดิมต้องรอเป็นปี ๆ กว่าสมาร์ตโฟนรุ่นที่อยากได้จะมาขายในประเทศ ทุกวันนี้แทบจะวางขายวันเดียวกันกับอเมริกา แถมยังได้ใช้รุ่นประหยัดราคาถูกลงเพราะมาถึงวันนี้จีนก็แข็งแกร่งพอจะสร้างแบรนด์เองเรียบร้อยแล้ว

นโยบายเดิมของรัฐบาลที่แล้วไม่ได้มองจีนว่าเป็นภัยคุกคาม เพราะอย่างน้อยยุค 5G ทีกำลังมาถึงอเมริกายังได้เปรียบจีนอยู่มากเพราะสิทธิบัตรและมาตรฐานเดิมที่อิงกับอเมริกา ยุโรปและเกาหลี ทำให้จีนต้องเดินตามเกมดังกล่าว แต่เมื่อถึงวันที่ต้องแตกหัก แบรนด์จีนน่าจะฉุกคิดได้แล้วว่ามาถึงจุดที่ไม่ต้องง้ออเมริกาอีกต่อไปเพราะ…

– ระบบนิเวศของจีนใหญ่พอ และมีอิทธิพลกับตลาดโลกสูงมาก ดูแค่ Lenovo ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่เติบโตอยู่เจ้าเดียว แบรนด์อื่นตกต่ำถ้วนหน้า และจีนไม่ได้มีเค่คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน แต่ยังครอบคลุมไปถึงสมาร์ตโฮม ไอโอที รถยนต์ไร้คนขับ ซึ่งคึกคักมาก ๆ

– R&D ของจีนก้าวหน้ามาก จากที่ซึมซับเทคโนโลยีจากอเมริกายุค 3G-4G มานาน ถึงวันนี้สิทธิบัตร 5G ของจีนไม่น้อยหน้าชาวโลกแล้ว จีนสามารถเดินหน้าต่อโดยไม่แคร์มาตรฐานเดิม จะต้องลงทุนโครงข่ายพื้นฐานใหม่หมดก็ไม่แคร์ เงินเยอะ!

– เจ้าของแพลตฟอร์มที่เงินทุนหนาของจีนอย่าง Tencent, Alibaba ไม่เพียงสยายปีกกินตลาดที่อเมริกาเป็นเจ้าอยู่เท่านั้น แต่มีเงินมากพอจะซื้อบริษัทชั้นนำได้อีกมากถ้าอยากจะซื้อ คอยดูอีกไม่กี่ปีเราจะเห็นบริษัทชั้นนำในอเมริกาถูกเทคโอเวอร์โดยบริษัทไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย แต่เบื้องหลังเป็นเงินทุนจากจีน!

– บริษัทอเมริกันไม่ได้กุมเทคโนโลยีที่มี Wow Factor สูง ๆ อีกต่อไป เราจะเห็นสมาร์ตโฟนยี่ห้อใหม่ ๆ จากจีนอีกนับร้อยที่มาพร้อมกับโอเอสตัวใหม่ เกื้อหนุนให้แพลตฟอร์มใหม่นี้โตหลักพันล้านเครื่องได้ในเวลาไม่กี่ปี

– ได้เวลาเปิดตัว Hongmeng ระบบ OS ที่ Huawei ซุ่มทำมาตั้งแต่ปี 2012 เพราะรู้ว่ายังไงก็ต้องมีวันนี้เกิดขึ้น!

ขอบคุณทรัมป์จริงๆ Huawei รอโอกาสนี้มานาน…

ที่มาของข้อมูล 

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=2199909350062189&set=a.106115969441548&type=3&theater

นักฟิสิกส์ชี้ “รูหนอน” ไม่ใช่ทางลัดสำหรับเดินทางข้ามจักรวาล

นักฟิสิกส์ชี้ “รูหนอน”

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ความหวังของบรรดานักวิทยาศาสตร์ที่มุ่งจะใช้ “รูหนอน” (Wormhole) หรือเส้นทางลัดที่เกิดจากการพับตัวของปริภูมิ-เวลา (Space-time) เพื่อใช้เดินทางข้ามห้วงอวกาศได้ในพริบตานั้น มีอันต้องกลายเป็นฝันสลายเสียแล้ว เมื่อนักฟิสิกส์รุ่นใหม่ค้นพบว่ารูหนอนนั้นเป็นเพียง “ทางอ้อม” ไม่ใช่ทางลัดของจักรวาลแต่อย่างใด

ในการประชุมของสมาคมฟิสิกส์อเมริกัน (APS) เมื่อกลางเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ทีมนักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งของสหรัฐฯ นำโดยดร. แดเนียล แจฟเฟอริส จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นำเสนอผลงานวิจัยทางทฤษฎีล่าสุดซึ่งชี้ว่า การเดินทางผ่านรูหนอนซึ่งทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ได้ทำนายเอาไว้นั้น สามารถจะเกิดขึ้นได้จริง แต่เส้นทางที่เกิดขึ้นอาจไม่เป็นเส้นตรง ส่งผลให้เนิ่นช้าเสียเวลายิ่งกว่าวิธีเดินทางในห้วงอวกาศตามธรรมดาหลายเท่า

ทีมของดร. แจฟเฟอริส ได้ทดลองคำนวณหาผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น เมื่อปล่อยให้อนุภาคของแสงหรือโฟตอนอนุภาคหนึ่ง เดินทางผ่านรูหนอนที่เป็นช่องทางเชื่อมต่อระหว่างหลุมดำสองแห่ง

ดร.แจฟเฟอริสมองว่า ช่องทางรูหนอนที่เกิดขึ้นนี้มาจากการ “เทเลพอร์ต” (Teleport) หรือการเคลื่อนย้ายข้อมูลสถานะของอนุภาคจากหลุมดำแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นได้เพราะหลุมดำทั้งสองมี “ความพัวพันเชิงควอนตัม” (Quantum entanglement) ระหว่างกัน

นักฟิสิกส์ชี้ “รูหนอน”
ALAMY
คำบรรยายภาพ
ภาพจากฝีมือศิลปินจำลองให้เห็น “รูหนอน” ซึ่งเกิดจากการบิดเบี้ยวและพับตัวของปริภูมิ-เวลา

คู่ของอนุภาคในหลุมดำที่มีความพัวพันกัน จะมีปฏิกิริยาตอบสนองตามกันในทันทีที่เกิดความเปลี่ยนแปลงกับอนุภาคใดอนุภาคหนึ่ง แม้หลุมดำทั้งสองแห่งจะตั้งอยู่ห่างกันนับพันล้านปีแสงก็ตาม แต่เส้นทางเชื่อมต่อหรือรูหนอนที่เกิดขึ้นจากความพัวพันเชิงควอนตัมนี้อาจคดเคี้ยวไม่เป็นเส้นตรงและทำให้เสียเวลานานกว่าการท่องอวกาศตามธรรมดาได้

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลใหม่ที่ ดร. แจฟเฟอริสนำเสนอนี้ จะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาความรู้ทางกลศาสตร์ควอนตัมต่อไปในอนาคต โดยอาจใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาทฤษฎีความโน้มถ่วงเชิงควอนตัม (Quantum theory of gravity) ซึ่งสามารถจะอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างแรงพื้นฐานทางกลศาสตร์ควอนตัมกับแรงโน้มถ่วงอย่างครอบคลุมได้ และทำให้หลักการกลศาสตร์ควอนตัมและทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปไม่มีความขัดแย้งกัน

“การที่เราพบว่าสามารถใช้รูหนอนเดินทางได้นั้น ทำให้คาดได้ว่าจะสามารถแยกเอาข้อมูลภายในหลุมดำออกมาผ่านช่องทางนี้ได้เช่นกัน ซึ่งจะทำให้ผู้สังเกตการณ์ที่อยู่ภายนอกหลุมดำทราบถึงสิ่งที่อยู่ภายในนั้นได้” ดร. แจฟเฟอริสกล่าว

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_2531969

พัฒนาไฮโดรเจลใช้หยุดเลือดจากเส้นเลือด

messageImage_1558405317953

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

การไม่สามารถควบคุมเลือดออกได้เป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรงมากในระหว่างขั้นตอนการผ่าตัดและมีการบาดเจ็บ ซึ่งการห้ามเลือดต้องทำทันทีไม่เช่นนั้นผู้ป่วยจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ ในอดีตนักวิจัยพยายามสร้างกาวชนิดหนึ่งเพื่อปิดแผลแต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่เป็นผล ล่าสุด ทีมนักวิจัยจากหลายสถาบันในประเทศจีนเผยว่าคิดค้นวิธีห้ามเลือดรูปแบบใหม่ได้แล้ว

พวกเขาพัฒนาไฮโดรเจลที่สามารถหยุดเลือดได้ โดยวัสดุดังกล่าวทำจากน้ำ เจลาติน พร้อมส่วนผสมของโปรตีนและสารเคมีอื่นๆ โดยออกแบบมาให้ใกล้เคียงกับโครงสร้างของเนื้อเยื่อของมนุษย์มากที่สุด เมื่อฉายรังสียูวี (UV) ไปที่เจลก็จะทำให้เจลหนาและแข็งตัวยึดติดกับแผล ป้องกันเลือดไหลออกมา ใช้เวลาสั้นๆเพียง 20-30 วินาที นักวิจัยได้ทดสอบกับเส้นเลือดแดงใหญ่ที่ไปเลี้ยงสมองของสุกร ผลการทดสอบพบว่าไฮโดรเจลสามารถปิดแผลและช่วยชีวิตหมู ทั้งไม่เป็นอุปสรรคต่อการรักษาแผล และการทดสอบ 2 สัปดาห์ต่อมาพบว่าไม่มีเนื้อร้ายหรือการอักเสบเพียงเล็กน้อย ไฮโดรเจลก็เริ่มสลายตัวโดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย นอกจากนี้ยังทดลองใช้ไฮโดรเจลซ่อมแซมเส้นเลือดแดงของกระต่าย

อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยเผยว่า ยังไม่มีการนำไปใช้กับมนุษย์ จนกว่าจะวิจัยทดลองประ-สิทธิภาพของไฮโดรเจลให้มั่นใจในความปลอดภัยเสียก่อน.

https://www.thairath.co.th/news/foreign/1571710

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-book วิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้น ม.5 เล่ม 2/2 ของสำนักพิมพ์ OoKBee คลิป ระเบิดไฮโดรเจน คืออะไร

Cover

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-book วิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้น ม.5 เล่ม 2/2 ของสำนักพิมพ์ OoKBee

     1545553384479

คลิกค่ะ  ฟรี 

คลิป ระเบิดไฮโดรเจน คืออะไร

 

คลิป รู้จักระเบิดไฮโดรเจน หรือ “H-Bomb”

 

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ตึก47ปีถูกป่นในพริบตา

 

(AP Photo/Jacqueline Larma)

ตึก47ปีถูกป่นในพริบตา คนเคยทำงานเห็นแล้วน้ำตาไหล

ตึก47ปีถูกป่นในพริบตา – เมื่อ 19 พ.ค. เอพี รายงานบรรยากาศในเหตุการณ์การระเบิดทิ้งอาคารมาร์ติน ทาวเวอร์ ที่ตั้งบริษัท เบธเลเฮม สตีล สูง 21 ชั้น ในรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา ภายในเวลาไม่กี่วินาที

ผู้คนเดินทางมาชมการทำลายตึกทิ้งกันจำนวนมาก เพราะอาคารอายุ 47 ปี แห่งนี้มีความสูงมากที่สุดในชุมชน เคยเป็นที่ตั้งบริษัท เบธเลเฮม สตีล ของสหรัฐอเมริกา ที่โ่่ด่งดังและทำกำไร อีกทั้งยังอยู่มานานนับสิบปี หลังจากเจ้าของธุรกิจผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่อันดับสองของประเทศถอนกิจการออกไป

ระเบิดตึกทิ้ง
Martin Tower, former world headquarters of Bethlehem Steel, implodes Sunday, May 19, 2019, in Bethlehem, Pa.  (AP Photo/Jacqueline Larma)

 การระเบิดทำลายตึกใช้เวลาเพียง 16 วินาที กลุ่มควันก้อนใหญ่ตลบขึ้นไปทั่วท้องฟ้า พร้อมฝุ่นที่กระจายไปท่ัวบริเวณ

 นายไทเลอร์ เคนต์ ผู้ทำงานกับบริษัทเบธเลเฮม สตีล มานาน 46 ปี เลี้ยงลูกๆ มา 11 คน กล่าวว่า ขณะมองตึกถูกระเบิดทำลาย หัวใจเหมือนหยุดเต้น ตน พ่อ และญาติคนอื่นๆ ล้วนภาคภูมิใจที่เคยทำงานให้กับบริษัทที่ผลิตอาวุธให้สหรัฐ

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ตึก47ปีถูกป่นในพริบตา
ฝุ่นและเศษซากตึกที่ถูกป่นตลบไปทั่วท้องฟ้า.  (AP Photo/Jacqueline Larma)

 “การมองตึกพังลงมาทำให้น้ำตาไหล ผมไม่คิดว่ามันจะมีผลสะเทือนอารมณ์มากขนาดนี้ แต่ไม่อยากจะเชื่อว่า มันไม่อยู่แล้ว น่าเศร้าใจจริงๆ”

 สำหรับเจ้าของโครงการมาร์ติน ทาวเวอร์ ชุดปัจจุบัน มีแผนที่จะพัฒนาโครงสร้างอาคารใหม่ขึ้นมา ให้สูง 101 เมตร สูงที่สุดในเพนซิลเวเนีย ซึ่งรวมเมือง อัลเลนทาวน์ เบธเลเฮม  และอีสตัน

Martin Tower, former world headquarters of Bethlehem Steel, had stood vacant for a dozen years after America’s second-largest steelmaker went out of business. (AP Photo/Jacqueline Larma)

 มูลค่าการลงทุนก่อสร้าง 200 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้มีอาคารอออฟฟิศการแพทย์ ร้านขายปลีก ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ โรงแรม และอพาร์ตเมนต์

https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_2533682

แสงเหนือ : พายุแม่เหล็กโลกจากการระเบิดบนดวงอาทิตย์ ทำให้มีโอกาสเห็นแสงเหนือเพิ่มขึ้น (คลิปมองแสงเหนือแสงใต้จากอวกาศ)

Reuters แสงเหนือเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ และมักพบเห็นได้ในภูมิภาคอาร์กติกเท่านั้น

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

แสงเหนือ : พายุแม่เหล็กโลกจากการระเบิดบนดวงอาทิตย์ ทำให้มีโอกาสเห็นแสงเหนือเพิ่มขึ้น – BBCไทย

แสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า มักพบเห็นได้ในภูมิภาคอาร์กติกเท่านั้น แต่ในช่วง 2-3 วันนี้ แสงเหนืออาจพบเห็นได้ในพื้นที่ที่มีละติจูดต่ำลงมา ซึ่งเป็นผลมาจากพายุแม่เหล็กโลก (geomagnetic storm) ที่กำลังพัดโถมมาสู่โลก

ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติ (National Oceanic and Atmospheric Administration–NOAA) ซึ่งเป็นสำนักงานพยากรณ์อากาศของสหรัฐฯ ระบุว่า พายุนี้มีความรุนแรงระดับปานกลาง แต่ก็รุนแรงพอที่จะทำให้เกิดแสงเหนือในแคนาดา และหลายรัฐทางตอนเหนือของสหรัฐฯ ไปจนถึงวันศุกร์นี้

พายุแม่เหล็กโลกคืออะไร?

พายุแม่เหล็กโลกเป็นการรบกวนสนามแม่เหล็กโลกที่เกิดจากการมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่าง ลมสุริยะ หรืออนุภาคที่มีพลังงานที่ถูกพัดออกมาจากดวงอาทิตย์ผ่านระบบสุริยะ กับสนามแม่เหล็กโลก

NOAA เผยแพร่แผนที่ที่ระบุบริเวณที่อาจเกิดแสงเหนือในสัปดาห์นี้

NOAA

NOAA เผยแพร่แผนที่ที่ระบุบริเวณที่อาจเกิดแสงเหนือในสัปดาห์นี้

พายุแม่เหล็กโลก เกิดขึ้นจากการปะทุของลมสุริยะที่รุนแรงและยาวนาน

พายุขนาดใหญ่ที่สุด เกิดจากการปลดปล่อยมวลของดวงอาทิตย์ (coronal mass ejections–CMEs) ซึ่งมีการปล่อยพลาสมาสุริยะและออกมาจากเขตสุริยะที่มีสนามแม่เหล็กรุนแรง

ปกติ CMEs ใช้เวลาหลายวันกว่าจะเดินทางมาถึงโลก แต่พายุที่รุนแรงที่สุดใช้เวลาเดินทางมายังโลกเพียง 18 ชั่วโมงเท่านั้น

การระเบิดบนดวงอาทิตย์

พายุแม่เหล็กโลกที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ เกิดจาก CMEs 3 ครั้งที่จุดดำบนดวงอาทิตย์ (sunspot) ซึ่งเป็นบริเวณบนดวงอาทิตย์ที่อุณหภูมิพื้นผิวลดลง จากการที่มีสนามแม่เหล็กกระจุกตัวอยู่สูง

ดวงอาทติย์

Getty Images

ดวงอาทิตย์ทำให้เกิดพายุแม่เหล็กโลกขนาดใหญ่ได้

อนุภาคของดวงอาทิตย์ เดินทางผ่านอวกาศ และกระทบกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางทางมัน

เมื่อ CME กระทบกับโลก มันได้ปะทะกับอะตอมและโมเลกุลในชั้นบรรยากาศโลก การปะทะนี้ ทำให้เกิดแสงเหนือและแสงใต้ (ซึ่งเกิดขึ้นในภูมิภาคแอนตาร์กติก)

ผลกระทบ

เคราะห์ร้าย พายุแม่เหล็กโลกที่รุนแรง มีผลข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนาบางอย่าง พวกมันรบกวนสายส่งไฟฟ้า, การสื่อสาร และระบบนำร่องด้วยดาวเทียม

นักวิทยาศาสตร์บางคน สงสัยว่า พวกมันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรบกวนนาฬิกาชีวภาพของมนุษย์ และทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตแปรปรวน

เซอร์ไก โบกาชอฟ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชาวรัสเซีย ระบุว่า พายุที่เกิดขึ้นตอนนี้ มีความรุนแรงที่สุดในรอบ 18 เดือน แต่ถูกจัดอยู่ใน “ระดับ 3 จากการวัดระดับ 1-5”

แสงเหนือ

NOAA

แสงเหนือ เกิดขึ้นเมื่ออนุภาคจากดวงอาทิตย์เข้ามาในชั้นบรรยากาศโลก และสนามแม่เหล็กของโลก บังคับให้พวกมันเคลื่อนไปทางขั้วโลก

NOAA เน้นย้ำว่า จุดดำบนดวงอาทิตย์ที่ทำให้เกิด CME นี้ ดูเหมือนจะกำลังแตกสลาย และไม่น่าจะปลดปล่อยมวลมหาศาลที่ส่งผลรุนแรงต่อโลกได้

ดังนั้น พายุครั้งนี้จึงไม่สามารถเปรียบได้กับ พายุสุริยะขนาดใหญ่ในปี 1859 ซึ่งเป็นพายุสุริยะที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ มันส่งผลให้ระบบโทรเลขมีปัญหา และแสงเหนือสามารถมองเห็นได้ลงไปทางใต้สุดถึงเกาะบาฮามาส

รายงานของสภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Academy of Sciences) ของสหรัฐฯ ประเมินว่า “กรณีที่เกิดพายุแม่เหล็กโลกรุนแรง” อาจสร้างความเสียหายในช่วงปีแรกปีเดียวได้ถึง 1-2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 32-63 ล้านล้านบาท และโลกเราอาจจะต้องใช้เวลา 4-10 ปี ในการฟื้นฟู

โชคดี พายุลูกที่กำลังเกิดขึ้นนี้ น่าจะได้รับการจดจำไว้เพียงแค่ว่า ทำให้เห็นแสงเหนือมากขึ้น เท่านั้น

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_2524529

ร้อนเมื่อไหร่ใส่”เสื้อติดแอร์”

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ว้าว…ดีเหลือเกินที่มีการพัฒนาแก้ดเจ้ทคลายร้อนด้วยอะไรที่ไม่ซับซ้อนให้ยุ่งยากใจ เสื้อติดแอร์เป็นไอเดียใหม่ที่เหมาะกับอากาศบ้านเราม๊ากมากค่ะ

เสือ้ตัวนี้ทำจากบริษัทญี่ปุ่นที่ชำนาญเรื่องการควบคุมอุณหภูมิเสือ้ผ้า  และผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะค่ะ หลักการเสื้อตัวนี้แปลกตรงที่ว่าเราต้องสวมเสื้อกันหนาวที่หนา  กว่าเดิมในอากาศร้อนๆ เพราะว่าเครื่องทำความเย็นอยู่ข้างในไงคะ

 มีพัดลมสองตัวซ้ายขวาข้างหลังแจคเก็ตข้างเอวเพื่อทำความเย็นสู่ภายในตัวผู้สวมใส่  เสื้อตัวนี้ซีว่าน่าจะออกแบบมาสำหรับคนงานที่ญี่ปุ่นที่ต้องใส่หมวกกันนอคเพราะเขาดีไซน์  hood มาด้วยล่ะค่ะ ทีนี้ละทำงานกันได้ใจเย็นๆเลย

 มีเวอร์ชั่นเสื้อเชิ้ตด้วยค่ะ

https://www.dailygizmo.tvคลิกที่นี่

ยานนาซาพบดวงจันทร์หดเล็กลง

ยานนาซาพบดวงจันทร์หดเล็กลง โดยบริเวณที่ถูกลากเส้นเป็นริ้วรอยบนพื้นผิวที่เกิดจากกิจกรรมทางธรณีบนดวงจันทร์ (HO / NASA / AFP)
 ยานนาซาพบดวงจันทร์หดเล็กลง โดยบริเวณที่ถูกลากเส้นเป็นริ้วรอยบนพื้นผิวที่เกิดจากกิจกรรมทางธรณีบนดวงจันทร์ (HO / NASA / AFP)

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ยานอวกาศนาซาสำรวจพบดวงจันทร์กำลังหดเล็กลง ส่งผลให้เกิดรอยแยกบนพื้นผิวและการสั่นสะเทือนของพื้นผิว 

การค้นพบดังกล่าวได้จากการวิเคราะห์ภาพถ่าย ที่บันทึกโดยยานลูนาร์รีคอนเนซองส์ออบิเตอร์ (Lunar Reconnaissance Orbiter: LRO) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) 

จากการสำรวจภาพถ่ายมากกว่า 12,000 ภาพ เผยให้เห็นว่า ที่ราบแมร์ฟริกอริส (Mare Frigoris) ทางขั้วเหนือของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นที่ราบขนาดใหญ่ที่คาดคะเนว่าเป็นพื้นที่สงบนิ่งจากกิจกรรมทางธรณีวิทยาแล้วนั้น กลับมีรอยแตกและยกตัวขึ้น 

ดวงจันทร์ต่างจากโลกตรงที่ไม่มีแผ่นเปลือกโลก โดยกิจกรรมทางธรณีของดวงจันทร์นั้นเกิดขึ้นเมื่อสูญเสียความร้อนที่มีอยู่จากการก่อกำเนิดเมื่อประมาณ 4.5 พันล้านปีไปอย่างช้าๆ ส่งผลให้เกิดริ้วรอยบนพื้นผิว เหมือนรอยย่นขององุ่นที่กลายเป็นลูกเกด 
เนื่องจากแผ่นเปลือกของดวงจันทร์นั้นเปราะบาง แรงจากกิจกรรมทางธรณีส่งผลให้พื้นผิวแตกเมื่อชั้นภายในหดตัว เกิดเป็นรอยเลื่อนไถล (thrust faults) ที่ส่วนหนึ่งของเปลือกโลกดันตัวขึ้นเหนือเปลือกโลกที่อยู่ติดกัน ผลที่ตามมาคือดวงจันทร์บางลงเมื่อเทียบกับหลายร้อยล้านปีก่อนประมาณ 50 เมตร

ริ้วรอยบนพื้นผิวที่เกิดจากกิจกรรมทางธรณีบนดวงจันทร์ (HO / NASA / AFP)

ริ้วรอยบนพื้นผิวที่เกิดจากกิจกรรมทางธรณีบนดวงจันทร์ (HO / NASA / AFP)