กลับสู่หน้าแรกของโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ฟิสิกส์ราชมงคล

เปลี่ยนขนาดอักษร
  • A A A
  • หมวดหมู่

    บทความฟิสิกส์

    วีดีโอฟิสิกส์

    บทความชีววิทยา

    วีดีโอชีววิทยา

    บทความเคมี

    วีดีโอเคมี

    บทความคณิตศาสตร์

    วีดีโอคณิตศาสตร์

    บทความทั่วไป

    วีดีโอทั่วไป

     Blog science 1

    Blog science 2

    Blog science 3

    Blog science 4

     

    มีนาคม 2019
    พฤ อา
    « มี.ค.    
     123
    45678910
    11121314151617
    18192021222324
    25262728293031
    สถิติรวม
    OS

    Browser

    IP 54.166.133.84

    usersonline 0

    Most Read Posts
    • No results available
    คลังเก็บ


     

    ปืนเวอร์ชั่น : M79 บริษัท : COLT ประเทศ : USA
    กระสุน : 40MM
    ระบบปฏิบัติการ : BREAK OPEN
    บรรจุกระสุน : 1 นัด
    ระยะหวังผล : 150-350 เมตร
    น้ำหนัก : 2.7 Kg – 3.0 Kg
    ฟังก์ชัน : กล้อง ZOOM ระยะกลางถึงไกล , ศูนย์เลเซอร์ , ไฟฉาย
    ประวัติ

    ปืนยิงระเบิด M79 เป็นอาวุธสงครามที่เคยใช้ในการทำสงครามเวียดนามมาก่อน
    เเล้วถูกพัฒนามาจากสงครามเวียดนามด้วย ผู้ออกแบบ Springfield Armory โรงงานผลิต Colt สัญชาติอเมริกา

    จำนวนการผลิต มากกว่า 350,000 เเล้ว (เฉพาะกองทัพอเมริกา)

    เป็นอาวุธได้รับความนิยมกับพวกทหารเเละกองทัพต่างๆ ซึ่งไว้ใช้สนับสนุนกับยานพาหนะพวกรถถังโดยเชพาะ มีน้ำหนักที่คล่องตัวดีไม่หนักเกินไป ระดับปานกลาง ระยะหวังผล 150 เมตร ระยะยิงไกลสุด 350 เมตร บรรจุกระสุน 1 นัด วิธีการใส่กระสุน คือ จะต้องหักลำปากกระบอกปืนลงก่อน รูปแบบการหักลำคล้ายลูกซองแฝดน่ะคับ เเล้วค่อยใส่กระสุน 40 MM เข้าไปในปากกระบอกด้านหลังปืนที่เราหักลำน่ะคับ ซึ่งจะมีรูให้ใส่ข้างหลังปากกระบอกปืนน่ะ มีความเร็วในการยิงประมาณ 10 กว่าฟุต/วินาทีได้มั้ง กว่าจะถึงเป้าหมายน่ะ

    ปืน M79 ใช้กระสุนหลายเเบบมากเดี๋ยวจะเเนะนำที่รู้จักเเล้วน่าสนใจเเล้วกัน มีดังนี้
    GRENADE ; เป็นกระสุนระเบิดธรรมดาซึ่งมีอานุภาพในการทำลายล้างสูงมาก มีรัศมีการทำลาย 5 เมตร
    RIOT ; เป็นกระสุนส่องเเสงบอกตำเเหน่งเป้าหมายเเละตัวของเรา เหมือนเป็นพลุส่งสัญญาณยังใงยังงั้น เเต่ถ้าเป้าหมายโดนกระสุนชนิดนี้ยิง จะเกิดอาการตาพล่าชั่วคราว คล้ายๆระบิดเเสงนี้เอง

    NAPALM ; อาวุธเคมีที่มีอำนาจทำลายรุนแรงที่สุด คือ ระเบิดนาปาล์ม เป็นระเบิดเพลิง มีรัศมีการเผาผลาญ 5 เมตร เป็นระเบิดความร้อน นำมาใช้รุนแรงในเวียตนาม เรียกว่าอยู่ในรูในเลี้ยวก็ไหม้หมด อุณหภูมิโดยรอบจะสูงมากถึง 1000 – 2000 องศาเซลเซียส ซึ่งมีอานุภาพในการเผาผลาญเเละลุกไหม้สูงมากๆ แผลไฟไหม้ที่ผิวหนังจะทำลายเนื้อเยื่อ จนถึงกระดูก จะแผ่ คาร์บอนมอน็อกไซด์ ออกไปโดยรอบ เป็นพิษไปถึงบรรยากาศชั้นบน ถ้าเทียบกับ ระเบิดอื่นที่มีผลทั้ง blast damage, fire damage, radiation damage และอื่น ๆ อย่างปรมาณู นาปาล์มจะมุ่งเรื่องไฟและความร้อน นาปาล์มเหมาะกับข้าศึกที่รวมอยู่กันเป็นกลุ่มก้อน ทั้งในที่โล่ง บังเกอร์ เปลวไฟที่เเตกกระจายออกไปมีสภาพเป็นวุ้นลูกไฟ มันจึงชอนไชเข้าไปได้ตามซอกหลืบต่างๆ ผลเสียหายที่ตามมา คือ เกิดการย่างสดต่อสิ่งมีชีวิตเเละรวมถึงอาวุธยุทธโธปกรณ์ทั้งหลาย นาปาล์มจึงเหมาะสำหรับหย่อนใส่ข้าศึกใน ซอกหลืบ บังเกอร์ บริเวณชง่อนเขา เป็นต้น

    CHEMICAL ; เป็นกระสุนเคมี พวกระเบิดเเก๊สหรือก๊าซ ระเบิดเชื้อโรค สารพิษ กัมมันตภาพรังสี เเต่กระสุนเคมีส่วนใหญ่จะนิยมใช้เป็นเเก๊สโดยส่วนใหญ่น่ะ กระสุนเเก๊สพิษมีหลายชนิด
    BUCKSHOT ; เป็นกระสุนลูกปรายเหมือนกระสุนลูกซอง BUCKSHOT เเต่ความเเตกต่างของมันคือ มันจะบรรจุลูกปรายเหล็กหรือลูกปรายตะกั่วมากขึ้น 2 เท่า เนื่องจากใช้กระสุนขนาด 40 MM จึงบรรจุลูกปรายได้มากกว่า 12 MM พลังทำลายจึงเลยสูงมากขึ้น 2 เท่า ซึ่งเเรงกว่ากระสุนลูกซองน่ะ ระยะหวังผลเเค่ 50 – 70 เมตร เท่านั้น

    SMOKE ; เป็นกระสุนควันรัศมีประมาณ 5 เมตรได้ ซึ่งจะมี 3 สีให้ใช้ คือ สีเขียว เเดง เหลือง ใช้สำหรับอำพลางหนี ป้องกันตัวจากการถูกข้าศึกโจมตีเป็นกลุ่ม เเล้วยังใช้บอกตำเเหน่งที่อยู่ของตัวเราได้ด้วยน่ะ

    CLUSTER ; เป็นกระสุนระเบิดดาวกระจายหรือกระสุนระเบิดลูกปราย เมื่อยิงลูกกระสุนพุ่งออกมา ซึ่งถูกยิงให้ควงสว่านเหมือนกระสุนปืน เมื่อได้ระดับที่พอเหมาะ เปลือกของระเบิดจะเเยกตัวออกมาประมาณ 5 -6 ลูกได้ ลูกปรายจากลูกภายในจะถูกเหวี่ยงออกมาด้วยเเรงหนีศูนย์ สามารถทำลายเป้าหมายในวงกว้างได้

    H.E ; เป็นกระสุนระเบิดฮีเลี่ยม หรือระเบิดเเรงสูง HIGH EXPLOSIVE มีพลังทำลายล้างสูงมากถึง 6 เมตรได้ อำนาจในการทำลายล้างจะสูงกว่าระเบิด GRENADE อีกน่ะ
    ดูแล้ว M79 มีประสิทธิภาพมากทีเดียวครับ เนื่องจากข้อดีมันมีหลากหลายคือ น้ำหนักเบา ให้อำนาจการยิงสูง มีความแม่นยำสูง มีระยะยิงไกล (ไกลสุด 350 เมตร) สามารถเพิ่มอำนาจการยิงให้กับหน่วยได้ ในช่วงหนึ่งตามอัตราการจัดหน่วยทหารราบนั้นมีอัตราของพลยิงเครื่องยิงลูก ระเบิดแบบนี้เลยด้วยซ้ำ แต่ข้อเสียสำคัญก็คือ มันทำการยิงได้ช้า คือทำการยิงได้ราว 6 นัดต่อนาที และที่สำคัญก็คือ พลยิงมีแค่ M79 อย่างเดียว ไม่ได้พกปืนไรเฟิลเหมือนกำลังพลคนอื่น อาวุธ ที่ใช้ป้องกันตัวมีเพียงปืนพกเท่านั้น นั้นให้อัตรา การเสียชีวิตของพลยิง M79 ในการรบค่อนข้างสูง เพราะเมื่อยิงกระสุนจนหมดแล้วพลยิงมีเพียงปืนพกเท่านั้นที่ใช้ป้องกันตนเอง และทำการรบในระยะใกล้ได้ยากเนื่องจากกระสุนต้องมีระยะเวลาและระยะทางในการ เดินทาง เมื่อเห็นปัญหานี้ภายหลัง M79 จึงเริ่มถูกลดระดับลงและทดแทนด้วย M203 ซึ่งติดตั้งอยู่ใต้เล็กยาว แบบ M16 นั้นเองครับ ทำให้เวลายิงก็สามารถบรรจุ กระสุนแล้วทำการยิงจาก M203 ได้เลย เมื่อยิงจบแล้วก็ทำการยิงกับปืน M16 ได้อีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าระยะยิงของ M203 จะน้อยกว่าและความแม่นยำต่ำกว่าก็ตาม ส่วน M79 นั้นบางครั้งก็ยังถูกใช้ในบางหน่วยที่ต้องการอำนาจการยิงเฉพาะแบบอยู่ครับ

    สำหรับกองทัพไทย มี M79 ประจำการมานานแล้วตั้งแต่ช่วงสงครามเวียดนาม และก็เป็นไปในทางเดียว กันนั้นก็คือ ปัจจุบัน M79 ถูกลดระดับลงไปเป็นอาวุธสำรองราชการ คือเก็บไว้เผื่อกรณีเกิดสงคราม หรือถ้ายังมีประจำการอยู่ก็จะมีเพียงบางหน่วยที่ยังใช้ อยู่เท่านั้น นอกนั้นหน่วยรบหลักต่างเปลี่ยนไปใช้ M203 แทนแล้ว นอกจากนั้นในระดับหมวดหรือระดับกองร้อยก็ยังมีเครื่องยิง ลูกระเบิดอัตโนมัติขนาด 40 มม.เข้าประจำการแทนแล้วครับ เจ้าเครื่อง นี้มันก็คล้าย ๆ กับ M79 ที่ติดบนขาทรายและยิงอัตโนมัติได้นั่นเอง
    ขอบคุณที่มาจาก http://wetchaputi.exteen.com/20081123/m79

    Comments are closed.