กลับสู่หน้าแรกของโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ฟิสิกส์ราชมงคล

เปลี่ยนขนาดอักษร
  • A A A
  • หมวดหมู่

    บทความฟิสิกส์

    วีดีโอฟิสิกส์

    บทความชีววิทยา

    วีดีโอชีววิทยา

    บทความเคมี

    วีดีโอเคมี

    บทความคณิตศาสตร์

    วีดีโอคณิตศาสตร์

    บทความทั่วไป

    วีดีโอทั่วไป

     Blog science 1

    Blog science 2

    Blog science 3

    Blog science 4

     

    มิถุนายน 2017
    พฤ อา
    « มี.ค.    
     1234
    567891011
    12131415161718
    19202122232425
    2627282930  
    สถิติรวม
    OS

    Browser

    IP 54.198.147.79

    usersonline 0

    Most Read Posts
    • No results available
    คลังเก็บ

     วิทยาศาสตร์ (Science) มาจากภาษาลาตินว่า “Scientia” แปลว่า “ความรู้ทั่วไป” ซึ่งเป็นความหมายที่กว้างมากที่ใช้ในอดีต (สุนันท์ บุราณรมย์ และคณะ, 2542 : 2-3) เนื่องจากในอดีตยังไม่มีการค้นพบความรู้มากมายเหมือนในปัจจุบัน ดังนั้น วิทยาศาสตร์จึงมีความหมายในลักษณะที่ครอบคลุมความรู้ทั้งหมดของมนุษย์ ต่อมาเมื่อมนุษย์มีการค้นพบความรู้มากขึ้นและได้พิสูจน์ความรู้ต่างๆ สิ่งใดเป็นจริงจะได้รับการยอมรับ

    ส่วนสิ่งใดไม่จริงก็จะถูกปฏิเสธ ทำให้ความหมายของคำว่าวิทยาศาสตร์เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งความหมายของคำว่า วิทยาศาสตร์ ในปัจจุบันมีผู้ให้ความหมายไว้หลายท่าน เช่น ภพ เลาหไพบูลย์ (2540: 2) ได้สรุปความหมายของวิทยาศาสตร์ว่า “วิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่สืบค้นหาความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติ โดยใช้กระบวนการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ วิธีการทางวิทยาศาสตร์และเจตคติทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป


    สุนันท์ บุราณรมย์ และคณะ (2542
    : 2-3) ได้ให้ความหมายไว้ว่า วิทยาศาสตร์ หมายถึง ความรู้ที่แสดงหรือพิสูจน์ได้ว่าถูกต้อง เป็นความจริง ซึ่งความรู้ดังกล่าวได้มาจากการศึกษาปรากฏการณ์ธรรมชาติ หรือจากการทดลอง โดยเริ่มต้นจากการสังเกต การตั้งสมมติฐาน การทดลองอย่างมีแบบแผน แล้วจึงสรุปเป็นทฤษฏีหรือกฎขึ้น แล้วนำแล้วนำทฤษฏีหรือกฎที่ได้ไปใช้ศึกษาหาความรู้ต่อไปเรื่อยๆ


    พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2542 : 1075) ได้ให้ความหมายว่า“วิทยาศาสตร์ คือ ความรู้ที่ได้โดยการสังเกต และค้นคว้าจากปรากฏการณ์ธรรมชาติแล้วจัดเข้าเป็นระเบียบ, วิชาที่ค้นคว้าได้หลักฐานและเหตุผลแล้วจัดเข้าเป็นระเบียบ”


    โดยสรุป “วิทยาศาสตร์ หมายถึง ความรู้ที่ได้มาจากการศึกษาปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งสามารถแสดงหรือพิสูจน์ได้ว่าถูกต้อง และเป็นความจริง โดยใช้กระบวนการแสวงหาความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ แล้วจัดความรู้นั้นเข้าเป็นระเบียบ เป็นหมวด

    จากการนิยาม เมื่อพิจารณาจะพบว่าในความหมายของวิทยาศาสตร์นั้นมีองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน คือ


    1. ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Knowledge) เป็นความรู้ที่ได้จากธรรมชาติ โดยวิธีการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แบ่งได้เป็น 6 ระดับ ได้แก่ ข้อเท็จจริง ความคิดรวบยอดหรือมโนมติ สมมติฐาน หลักการ ทฤษฏี กฎ


    2. กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Process) หมายถึง กระบวนการที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ สามารถค้นหาความรู้จากธรรมชาติได้อย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ ซึ่งประกอบด้วย

     
    1) วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Method)


    2) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Skill)


    3) เจตคติทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Attitude)


    3. สาขาของวิทยาศาสตร์ เป็นการจัดแบ่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่มีลักษณะเรื่องราวที่เหมือนกันเข้าอยู่ในกลุ่มเดียวกันให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อมีระบบระเบียบให้ง่ายต่อการค้นหา เปรียบได้กับถ้าเราจะค้นหาหนังสือสักเล่มในห้องสมุดขนาดใหญ่ที่วางหนังสือไม่เป็นระเบียบ เราคงเสียเวลาในการค้นหาหนังสือเป็นเวลานานและอาจหาหนังสือที่ต้องการไม่เจอ เพราะไม่รู้ว่าหนังสือถูกเก็บไว้ที่ใดจึงต้องตรวจหาหนังสือในห้องสมุดทีละเล่ม ซึ่งแตกต่างจากการหาหนังสือเล่มเดียวกันนี้ที่จัดไว้ในห้องสมุดที่มีการจัดระบบไว้เป็นอย่างดีสามารถค้นหาได้ง่าย ดังนั้น การจัดความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่อย่างมากมายให้เป็นระบบจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง


    การค้นพบสิ่งใหม่ๆ ในปรากฏการณ์ธรรมชาติของ

    นักวิทยาศาสตร์ มักเริ่มจากคำถามหลักอยู่ 3 คำถาม คือ
    1. What คำถาม “อะไร” เป็นคำถามที่นักวิทยาศาสตร์ได้ข้อมูลจากการสังเกตสภาพจริงของวัตถุหรือปรากฏการณ์นั้นๆ และมีการบันทึกไว้อย่างถูกต้อง เพื่อนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ให้เป็นความรู้ต่อไป


    2. How คำถาม “อย่างไร” เป็นคำถามที่ใช้ถามการลำดับเหตุการณ์ที่เกิดก่อน-หลัง แล้วหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆ และหาสมมติฐานในการตอบปัญหา เพื่อค้นคว้าหาตอบ ที่จะออกมาเป็นความรู้วิทยาศาสตร์ต่อไป


    3. Why คำถาม “ทำไม” เป็นคำถามที่นักวิทยาศาสตร์ใช้อธิบายเหตุผลของการเกิด ของปรากฏการณ์ใดๆ ว่าทำไมเป็นเช่นนั้น

     

    ความหมายของเทคโนโลยี

    เทคโนโลยี (Technology) มาจากภาษากรีกว่า “Technologia” หมายถึง การกระทำอย่างมีระบบ แต่ความหมายของคำว่าเทคโนโลยีในปัจจุบัน หมายถึง ความรู้ทางเทคนิคหรือกระบวนการผลิต การสร้างหรือการกระทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคม เศรษฐกิจ การเมือง และอื่นๆ (สุนันท์ บุราณรมย์ และคณะ, 2542 : 2-3) อย่างไรก็ตามจะสังเกตได้ว่า ลักษณะของเทคโนโลยีจะมุ่งเน้นไปที่ กระบวนการ หรือการกระทำเป็นหลัก


    พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2542 : 538) ได้ให้ความหมายว่า “เทคโนโลยี คือ วิทยาการที่นำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติ และอุตสาหกรรม”


    โดยสรุปเทคโนโลยี คือ กระบวนการหรือวิธีการที่นำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และศาสตร์อื่นๆ มาผสมผสาน ประยุกต์หรือใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์ ในเรื่องนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เคยทรงมีพระราชดำรัสถึงความหมายของเทคโนโลยีเป็นภาษาง่ายๆ ว่า หมายถึง “ การนำมาทำให้เป็นประโยชน์ ” (เติมศักดิ์ เศรษฐวัชราวนิช, 2539:3) ซึ่งสามารถขยายความได้ว่าเป็น “กระบวนการหรือวิธีการที่นำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และศาสตร์ อื่นๆ มาผสมผสาน หรือประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์และสังคม” นั่นเอง
    วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความสัมพันธ์กัน กล่าวคือ เมื่อมนุษย์มีความกระตือรือร้น สนใจ เสาะแสวงหาความรู้ และพิสูจน์ความจริงที่เกิดขึ้น จนกระทั่งได้เป็นหลักการ ทฤษฏี หรือกฎ ซึ่งเป็นความรู้วิทยาศาสตร์แล้วมมนุษย์ก็จะใช้ความรู้วิทยาศาสตร์นั้นมาประยุกต์ในการใช้ประโยชน์ต่างๆ

     
    ในยุคแรกๆ นั้นวิทยาศาสตร์มักเป็นการค้นพบโดยบังเอิญจากการสังเกต และ การพิสูจน์ปรากฏการณ์ทั่วๆไปที่ไม่มีความซับซ้อน จากนั้นจึงนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ จนได้เครื่องมืออำนวยความสะดวกอย่างง่ายๆ ดั้งนั้นในการที่จะพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ นั้นจำเป็นต้องอาศัยความรู้พื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ดี และถูกต้อง อย่างไรก็ดี ในการพัฒนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ การพิสูจน์ค้นคว้าหาคำตอบเพื่อให้ได้ความรู้ที่ละเอียดและซับซ้อน ซึ่งเป็นความรู้ในชั้นสูงขึ้นไปนั้น จำเป็นต้องใช้เครื่องมือหรือใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้น สามารถใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น หรือตรวจวัดละเอียดถูกต้องแม่นยำขึ้น ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความสัมพันธ์ในทางเอื้อประโยชน์ให้กันและกัน และมักมีการพัฒนาควบคู่ไปด้วยกันเสมอ

     
     
     คลิกครับ
    บรรยายความคิดเห็นผ่านทาง Facebook

    Comments are closed.