กลับสู่หน้าแรกของโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ฟิสิกส์ราชมงคล

เปลี่ยนขนาดอักษร
  • A A A
  • หมวดหมู่

    บทความฟิสิกส์

    วีดีโอฟิสิกส์

    บทความชีววิทยา

    วีดีโอชีววิทยา

    บทความเคมี

    วีดีโอเคมี

    บทความคณิตศาสตร์

    วีดีโอคณิตศาสตร์

    บทความทั่วไป

    วีดีโอทั่วไป

     Blog science 1

    Blog science 2

    Blog science 3

    Blog science 4

     

    พฤษภาคม 2019
    พฤ อา
    « มี.ค.    
     12345
    6789101112
    13141516171819
    20212223242526
    2728293031  
    สถิติรวม
    OS

    Browser

    IP 54.146.98.143

    usersonline 0

    Most Read Posts
    • No results available
    คลังเก็บ

     

    ถ้าพูดถึงไฟแช็คแล้ว หลายๆ คนก็คงจะรู้จักกันดีว่า เอาไว้ทำอะไรได้บ้าง แต่จะมีกี่คนที่รู้ว่า ไฟแช็คใครเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นและพัฒนาจนเป็นไฟแชคหน้าตาแบบที่เรารู้จักในปัจจุบัน เรามาทำความรู้จักผู้ประดิษฐ์คนสำคัญในวงการสิงห์อมควันกันดีกว่าครับ

    ไฟแชคถูกประดิษฐ์ขึ้นจากนักเคมีชาวเยอรมันชื่อโยฮัน วูลฟ์กัง โดเบอไรเนอร์ (Johann Wolfgang Döbereiner) เมื่อพ.ศ.2366 (คศ.1823) ซึ่งถูกเรียกว่า “ตะเกียงของโดเบอไรเนอร์” เป็นการดัดแปลงมาจากกลไกฟริ้นล็อคของปืน และใช้ไฮโดรเจน

    ผลิตภัณฑ์ของเขาถูกเลิกผลิตเมื่อปลายคริสตศตวรรษที่ 19 เนื่องด้วยไฟแชครุ่นแรกมีขนาดใหญ่ มีอันตรายจากการใช้งาน และราคาแพงเพราะมีการใช้ทองคำขาวในการผลิตไฟแชคอีกด้วย

    และแท่ง Ferrocerium (สร้างประกายไฟ)หรือที่มักเข้าใจผิดกันว่าเป็น” หินเหล็กไฟ ” ถูกคิดค้นโดยนายคาร์ล เอาเออร์ วอน เวฟบาร์ค (Carl Auer von Welsbach) ในพ.ศ. 2446 (1903) ทำให้วงการไฟแชคมีการพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด เพราะสามารถทำให้ผลิตไฟแช็คที่ต้นทุนต่ำได้ และไฟแช็คที่เราซื้อใช้สีใสๆราคา 5-10 บาทนั้นก็ใช้ระบบนี้ หลังจากนั้นบริษัทรอนสันได้นำไอเดียของคาร์ลมาพัฒนาต่อยอดจนได้ออกผลิตภัณฑ์ไม้ขีดที่จุดได้เป็นพันๆครั้งออกมาโดยใช้ชื่อว่า “วอนเดอร์ไลท์” ในพ.ศ. 2456 (1913)

    ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เหล่าบรรดาทหารหาญถูกยิงตายเนื่องด้วยใช้ไฟแช็คในเวลากลางคืน เพราะมันสว่างมากที่จะให้ฝ่ายตรงข้ามสังเกตเห็นได้ จึงได้พัฒนาให้ไฟแชคมีความสว่างน้อยลงเพื่อความปลอดภัยของทหารเอง และในยุค 20s ที่การสูบบุหรี่นั้นเป็นแฟชั่น แต่การจะซื้อหาไฟแช็คนั้นยังยากอยู่ เพราะว่ามีราคาแพงจนกระทั่งจอร์จ จี เบสด์เดล (George G. Blaisdell) ได้เข็น ไฟแชคซิปโป้ (Zippo)เมื่อพ.ศ. 2475 (1932) ที่การันตีเรื่องคุณภาพของไฟแชค และรับประกันว่าไฟแชคจะไม่ดับแม้จะมีลมแรงพัดมาก็ตาม ซึ่งการมาของซิปโป้นั้นทำให้บริษัทต่างๆในวงการแข่งขันอย่างหนัก จนทำให้ราคาไฟแช็คหล่นฮวบๆจนคนทั่วๆไปสามารถหาซื้อได้

    ไฟแชคซิปโปในยุคแรกใช้แนพธาเป็นเชื้อเพลิง ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้แก๊สบิวเทนด้วยสาเหตุ

    1. แก๊สบิวเทนสามารถควบคุมความแรงของไฟได้
    2. ไม่ต้องเปลี่ยนไส้ไฟแชคอีก
    3. กลิ่นแก๊สบิวเทนฉุนน้อยกว่าแนพธาเยอะ

    ซึ่งเ้จ้าแรกที่ผลิตไฟแชคโดยใช้แก๊สบิวเทนเป็นรายแรกคือ บริษัทรอนสัน แต่ก็ยังใช้วิธีการเหมือนไฟแช็คอันละ 5 -10 บาท นั่งแชะๆๆ และลูกค้าไม่อยากมากดแชะๆอีกต่อไป ทำให้ทางบริษัทผู้ผลิตไฟแช็คหันมาใช้วิธีการใหม่คือ แบบเพียโซอิเล็กทริกส์ ที่จุดได้ง่ายดายกว่าเดิม ทำให้บรรดาลูกค้าหันมาไฟแชคแบบใหม่นี้กันเกือบหมด โดยเหลือแต่ไฟแช็คราคาถูกๆที่ต้องมานั่งแชะๆกันต่อไป

    ขอบคุณภาพประกอบ http://es.wikipedia.org/wiki/Johann_Wolfgang_D%C3%B6bereiner

    เรียบเรียงโดย: mata
    ที่มา: http://en.wikipedia.org/wiki/Lighter
    http://www.bugstores.com/history_of_lighters.htm, http://ekstyle.net/lighters-story/

    Comments are closed.