กลับสู่หน้าแรกของโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ฟิสิกส์ราชมงคล

เปลี่ยนขนาดอักษร
  • A A A
  • หมวดหมู่

    บทความฟิสิกส์

    วีดีโอฟิสิกส์

    บทความชีววิทยา

    วีดีโอชีววิทยา

    บทความเคมี

    วีดีโอเคมี

    บทความคณิตศาสตร์

    วีดีโอคณิตศาสตร์

    บทความทั่วไป

    วีดีโอทั่วไป

     Blog science 1

    Blog science 2

    Blog science 3

    Blog science 4

     

    พฤษภาคม 2019
    พฤ อา
    « มี.ค.    
     12345
    6789101112
    13141516171819
    20212223242526
    2728293031  
    สถิติรวม
    OS

    Browser

    IP 54.146.98.143

    usersonline 0

    Most Read Posts
    • No results available
    คลังเก็บ

    โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มีนาคม 2556

    ภาพคลื่นเสียงจากแผ่นดินไหวเดินทางไปไกลถึงวงโคจรดาวเทียมโกเซ

    นักวิทยาศาสตร์เผยแผ่นดินไหว 9.0 ริกเตอร์ที่ญี่ปุ่นเมื่อ 2 ปีก่อน ส่งผลกระทบไปถึงขอบอวกาศ ซึ่งดาวเทียมสามารถบันทึกแรงสั่นสะเทือนเหตุการณ์พสุธากัมปนาทครั้งนั้นได้ แม้จะอยู่สูงจากพื้นโลกขึ้นไปกว่า 255 กิโลเมตร

    ภาพความเสียหายจากแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นเมื่อ 11 มี.ค.2011 (บีบีซีนิวส์)

     
     
     คลิกครับ
    บรรยายความคิดเห็นผ่านทาง Facebook

    บีบีซีนิวส์รายงานว่า ดาวเทียมโกเซ (Goce satellite) ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ที่มีความไวสูงสามารถตรวจจับคลื่นกระเพื่อมของเสียงในชั้นบรรยากาศ ซึ่งเกิดจากแผ่นไหวใหญ่ 9.0 ริกเตอร์ที่ญี่ปุ่นเมื่อ 11 มี.ค.2011 ที่ผ่านมาได้ เมื่อดาวเทียมเคลื่อนผ่านอากาศที่ได้รับการรบกวน แม้จะเป็นระยะที่อยู่สูงกว่าพื้นดินถึง 255 กิโลเมตร ซึ่งผลจากการสังเกตของดาวเทียมดังกล่าวได้ตีพิมพ์เผยแพร่ลงวารสารจีโอฟิสิคัลรีเสิร์ชเลตเตอร์ส (Geophysical Research Letters)

    ภารกิจหลักของดาวเทียมโกเซคือการสร้างแผนที่แรงโน้มถ่วงของโลก

    ทั้งนี้ เป็นที่ทราบมานานว่า แผ่นดินไหวครั้งใหญ่นั้นสามารถสร้างคลื่นเสียงความถี่ต่ำ หรือ “อินฟราซาวนด์” (infrasound) ซึ่งเป็นเสียงที่มีความถี่ต่ำเกินความสามารถของหูมนุษย์จะรับฟังได้ แต่ก็ไม่เคยมียานอวกาศลำใดบันทึกเสียงดังกล่าวได้มาก่อน จนกระทั่งดาวเทียมโกเซบันทึกได้

    ดร.รูน ฟลอเบิร์กฮาเกน (Dr.Rune Floberghagen) ผู้จัดการโครงการดาวเทียมโกเซจากองค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency) หรืออีซา (ESA) กล่าวว่า มาตรวัดความเร่งของดาวเทียมโกเซนั้น มีความไวมากกว่าเครื่องมือรุ่นก่อนๆ ประมาณ 100 เท่า และสามารถบันทึกคลื่นเสียงดังกล่าวได้ถึง 2 ครั้ง เมื่อโคจรผ่านเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกและยุโรป

    ดาวเทียมโกเซถูกออกแบบมาเพื่อทำแผนที่แรงโน้มถ่วงโลก โดยอาศัยการวัดแรงดึงดูดที่แตกต่างกันไปตามพื้นผิวโลก เนื่องจากการกระจายตัวของมวลดาวเคราะห์ที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งความแตกต่างของแรงโน้มถ่วงนี้ส่งผลต่อความเร็วของดาวเทียมเมื่อเคลื่อนผ่าน และดาวเทียมจะบันทึกข้อมูลไว้ด้วยมาตรวัดความเร่งที่มีความแม่นยำสูง

    อย่างไรก็ตาม สัญญาณแรงโน้มถ่วงนั้นเป็นสัญญาณที่อ่อนมากๆ ดังนั้น ดาวเทียมโกเซจึงต้องบินโคจรด้วยระดับที่ค่อนข้างต่ำมากๆ เพื่อสัมผัสแรงโน้มถ่วงให้ได้ ทำให้ดาวเทียมถูกลากไปตามด้านบนของชั้นบรรยากาศ ซึ่งด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้ดาวเทียมบันทึกเสียงความถี่ต่ำที่เกิดขึ้นเมื่อ 11 มี.ค.2011 ได้ โดยคลื่นเสียงรบกวนความหนาปแน่นของโมเลกุลอากาศ และทำใหความเร็วของโมเลกุลเปลี่ยนแปลง แม้ว่าคลื่นเสียงดังกล่าวจะเป็นเพียงลมที่แผ่วบาง แต่นั้นก็แรงพอที่โกเซจะสัมผัสได้

    ดาวเทียมของอีซาดวงนี้ได้รับสัญญาณเสียงดังกล่าว เมื่อโคจรผ่านไปเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกหลังเกิดแผ่นดินไหว 9.0 ริกเตอร์แล้ว 30 นาที และได้รับสัญญาณอีกครั้งในอีก 25 นาทีถัดไป เมื่อดาวเทียมเคลื่อนผ่านยุโรป และด้วยรูปแบบการจัดเรียงของมาตรวัดความเร่งบนดาวเทียมโกเซ ทำให้ดาวเทียมสามารถสร้างภาพ 3 มิติของสัญญาณที่วัดได้ และย้อนหาต้นกำเนิดเสียงได้อย่างมั่นใจว่าเกิดจากแผ่นดินไหวอย่างแน่นอน

    นอกจากเสียงแผ่นดินไหวแล้ว ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังตรวจสอบข้อมูลด้วยว่า ดาวเทียมสามารถบันทึกสัญญาณเสียงความถี่ต่ำที่เกิดจากดาวเคราะห์น้อยพุ่งเข้ามาในชั้นบรรยากาศ แล้วระเบิดเหนือรัสเซียได้หรือไม่ ซึ่งสัญญาณเสียงความถี่ต่ำจากดาวเคราะห์น้อยลูกดังกล่าวถูกบันทึกได้จากสถานีบนภาคพื้นดิน

    ตอนนี้เชื้อเพลิงของดาวเทียมโกเซใกล้จะหมดแล้วและดาวเทียมก็ใกล้จะสิ้นสุดภารกิจ ซึ่งอีซาจะได้ลดระดับโคจรของดาวเทียมลงต่ำกว่า 230 กิโลเมตร เพื่อให้ได้ข้อมูลสนามแรงโน้มถ่วงที่ละเอียดขึ้น และคาดว่าจะสั่งให้ดาวเทียมตกจากฟ้ากลับสู่โลกในเดือน พ.ย.2013 นี้

    คลิปอธิบายการได้รับสัญญาณเสียงจากแผ่นดินไหวของดาวเทียม

    http://www.livescience.com/video

    http://www.livescience.com/27813-japan-s-tohoku-earthquake-rattled-the-atmosphere-video.html

    Comments are closed.