กลับสู่หน้าแรกของโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ฟิสิกส์ราชมงคล

เปลี่ยนขนาดอักษร
  • A A A
  • หมวดหมู่

    บทความฟิสิกส์

    วีดีโอฟิสิกส์

    บทความชีววิทยา

    วีดีโอชีววิทยา

    บทความเคมี

    วีดีโอเคมี

    บทความคณิตศาสตร์

    วีดีโอคณิตศาสตร์

    บทความทั่วไป

    วีดีโอทั่วไป

     Blog science 1

    Blog science 2

    Blog science 3

    Blog science 4

     

    พฤษภาคม 2019
    พฤ อา
    « มี.ค.    
     12345
    6789101112
    13141516171819
    20212223242526
    2728293031  
    สถิติรวม
    OS

    Browser

    IP 18.234.51.17

    usersonline 0

    Most Read Posts
    • No results available
    คลังเก็บ

     Pic_330593

    ประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ แห่งเวเนซุเอลา ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งที่กระดูกเชิงกราน ตั้งแต่ปี 2011…

    ฮูโก้ ชาเวซ ประธานาธิบดีแห่งเวเนซูเอลา ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้นำที่สร้างสีสันให้กับโลก “ชาเวซ”ไม่เพียงเป็นผู้นำที่หลงใหลในลัทธิสังคมนิยมเท่านั้นหากยังเป็นศัตรูตัวฉกาจของสหรัฐอเมริกา
    “ ชาเวซ” เกิดเมื่อวันที่ 28 กรกฏาคม พุทธศักราช 2497 บิดาเป็นครูมีฐานะยากจน ส่งชาเวซและพี่ชายไปอยู่กับย่า เมื่ออายุ 17 ปี เข้าเรียนที่โรงเรียนทหารของเวเนซูเอลา จากนั้นเข้าเรียนต่อในคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยซิโมนโบลิวาร์ (ตั้งตามชื่อของนักปฎิวัติผู้ยิ่งใหญ่แห่งละตินอเมริกา)แต่ไม่จบ

    การเรียนที่มหาวิทยาลัยซิโมนโบลิวาร์ทำให้”ชาเวซ”สนใจการเมือง โดยเฉพาะแนวคิดของฝ่ายซ้ายและอุดมการณ์ของ” โบลิวาร์” พร้อม ๆ กับการเป็นนักกีฬาเบสบอล และเขียนบทกวี บทละคร และนิยาย

    ระหว่างรับราชการทหารเป็นเวลา 17 ปี ทั้งในหน่วยรบและเป็นอาจารย์ในโรงเรียนทหาร “ชาเวซ”วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและสังคมอย่างเผ็ดร้อน และก่อตั้งขบวนการปฏิวัติโบลิวาร์-200 (Revolutionry Bolivarian Movement-200) หรือ MBR-200

    ปี 2535 “ชาเวซ”ฉวยจังหวะเป็นแกนนำก่อรัฐประหาร ขณะที่ประธานาธิบดีคาร์ลอส อังเดร เปเรซ กำลังอยู่ในสถานะง่อนแง่น การบริหารประเทศล้มเหลว โดยเข้ายึดสถานที่สำคัญๆในกรุงคาราคัส

    แต่รัฐประหารล้มเหลว “ชาเวซ”ขาดกำลังสนับสนุน จึงยอมจำนนต่อฝ่ายรัฐบาลและออกโทรทัศน์เรียกร้องให้กองกำลังปฏิวัติตามเมืองต่าง ๆ วางอาวุธ และถึงแม้จะเป็นฝ่ายแพ้แต่ชาเวซก็กลายเป็นขวัญใจของชาวเวเนซูเอลา ในฐานะผู้ที่กล้าลุกขึ้นต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการและคอรัปชั่น

    ชาเวซต้องโทษจำคุก แต่การรัฐประหารครั้งนั้นส่งผลให้ประธานาธิบดีเปเรซหลุดจากตำแหน่งในเวลาต่อมา และประธานาธิบดีคนใหม่อภัยโทษให้

    ชาเวซก่อตั้งขบวนการสาธารณรัฐที่ 5 (The Fifth Republic Movement) ขึ้น และลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ในปี 2541 โดยชูอุดมการณ์ของซิโมน โบลิวาร์ และการสถาปนาสาธารณรัฐใหม่

    ลีลาปราศรัยหาเสียงของ”ชาเวซ”ดุดันถึงลูกถึงคน ทำให้คะแนนนิยมพุ่งขึ้นจนสามารถชนะคู่แข่งขัน และก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีเวเนซูเอลาในปี 2542

    แนวคิดทางการเมืองของชาเวซเป็นการผสมผสานระหว่างอุดมการณ์ของซิโมน โบลิวาร์ และนักปฏิวัติอเมริกาใต้คนอื่น ๆ กับลัทธิมาร์กซิสต์ และสังคมนิยมแบบลาตินอเมริกัน รวมทั้งปรัชญาทางการเมืองของเช เกวารา และฟีเดล คาสโตร

    ชาเวซเรียกแนวคิดดังกล่าวว่า “ลัทธิโบลิวาร์”

    ประธานาธิบดีชาเวซปฏิรูปทางการเมือง โดยสร้างขบวนการประชาธิปไตยใหม่ โดยการจัดตั้งองค์กรประชาสังคม ที่มีสมาชิกไม่เกิน 30 ครอบครัว เรียกว่า องค์กรชีวิตชุมชน หรือ community living organization-OCVs ในทุกชุมชน ทุกเขต ทุกจังหวัด รวมทั้งในเมืองหลวง แล้วจัดสรรงบประมาณจากภาษีอากร และจากรายได้จากน้ำมันให้องค์กรเหล่านี้ ไปดำเนินการในเรื่องการสุขอนามัย การศึกษา การฝึกอาชีพ สร้างสถานอนุบาลเด็กอ่อน

    ประธานาธิบดีชาเวซ ยังจัดตั้งกระทรวงใหม่ขึ้นมาอีก 3 กระทรวง คือ กระทรวงการเคหะ เพื่อจัดการแก้ปัญหาคนไร้บ้านให้มีบ้านอยู่กันทุกคน
    กระทรวงอาหารเพื่อแก้ปัญหาความอดอยากของประชาชนโดยเฉพาะเด็ก

    กระทรวงพลัง เศรษฐกิจรากหญ้า เพื่อประสานงานกับกระทรวง และหน่วยงานของรัฐอื่นๆ เพื่อปล่อยสินเชื่อรายย่อยให้ประชาชนรากหญ้า บริษัทขนาดเล็ก และขนาดกลาง ให้ตั้งตัวได้

    นอกจากนี้ ยังได้จัดสรรงบประมาณอีก 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับดำเนินการโครงการเร่งด่วน 10 โครงการที่เรียกว่า “พันธกิจของรัฐ” ให้ความช่วยเหลือด้านปัจจัยดำรงชีพ เช่น อาหาร บ้าน การศึกษา และสาธารณสุข ให้กับประชาชนระดับรากหญ้าจำนวนหลายล้านคน ที่มีมาตรฐานชีวิตต่ำกว่าเส้นความยากจนได้มีบ้าน และสามารถอ่านออกเขียนได้

    คนแก่ทุกคนจะได้รับเงินบำนาญเลี้ยงดูประจำเดือน นอกจากนี้ประธานาธิบดีชาเวซ ยังผูกมิตรกับประเทศคิวบา โดยการขายน้ำมันให้ในราคาพิเศษวันละ 53,000 บาร์เรล แลกกับหมออาสาสมัครชาวคิวบา จำนวน 13,000 คนที่เข้ามาประจำการ 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลคนป่วย คนแก่ และเด็กโดยรัฐไม่คิดเงินแม้แต่ค่ายาก็ไม่ต้องจ่าย
    โครงการนี้ใช้รายได้จากการขายน้ำมันของประเทศมาเป็นค่าใช้จ่าย นับเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี ที่ผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ และมีมากที่สุด คือ น้ำมัน ได้กลับคืนมาให้ประชาชนเจ้าของประเทศผู้เป็นเจ้าของ ทรัพยากรที่แท้จริงได้

    ผลผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลา ได้ส่งออกให้ตลาดในประเทศสหรัฐอเมริกาคิดเป็นร้อยละ 15 ของยอดใช้น้ำมันของสหรัฐอเมริกา ดังนั้นอเมริกาจึงมีบทบาทอย่างมาก ในการร่วมมือกับพรรคการเมือง และนักการเมืองหน้าเก่า 2 พรรค ร่วมกันบ่อนทำลายเสถียรภาพ ของประธานาธิบดีชาเวซในทุกด้าน

    ประธานาธิบดีชาเวซ ไม่ยอมให้ผลประโยชน์น้ำมันของชาติถูกนักการเมืองฉกฉวยเอาไปเข้ากระเป๋าตนเอง และสมัครพรรคพวก หรือขายให้ต่างชาติในราคาถูกๆ อีก โดยการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญเลยว่า ส่วนแบ่งผลประโยชน์จากน้ำมัน จะให้เอกชนได้รับในสัดส่วนที่มากกว่ารัฐไม่ได้ อันเป็นการอุดช่องโหว่การรั่วไหลของรายได้ของรัฐ แล้วนำรายได้มาเป็นค่าใช้จ่ายด้านการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์

    นอกจากนี้ ประธานาธิบดีชาเวซยังเป็นตัวตั้งตัวตี ในการจัดประชุมกลุ่มประเทศผลิตน้ำมันโอเปก ในกรุงคาราคาส เพื่อจำกัดปริมาณการผลิตของแต่ละประเทศ ทั้งนี้เพื่อรักษาราคาน้ำมันของโลกให้เจ้าของบ่อน้ำมันมีกำไร

    กล่าวได้ว่า “ชาเวซ”คือนักประชานิยมตัวจริงเสียงจริงของ”เวเนซูเอลา”วันนี้ ได้สิ้นลมอย่างสงบ

    (เรียบเรียงจากคอลัมน์ เดินคนละฟาก โดย กมล กมลตระกูล ประชาชาติธุรกิจ )

    Comments are closed.