กลับสู่หน้าแรกของโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ฟิสิกส์ราชมงคล

เปลี่ยนขนาดอักษร
  • A A A
  • หมวดหมู่

    บทความฟิสิกส์

    วีดีโอฟิสิกส์

    บทความชีววิทยา

    วีดีโอชีววิทยา

    บทความเคมี

    วีดีโอเคมี

    บทความคณิตศาสตร์

    วีดีโอคณิตศาสตร์

    บทความทั่วไป

    วีดีโอทั่วไป

     Blog science 1

    Blog science 2

    Blog science 3

    Blog science 4

     

    เมษายน 2019
    พฤ อา
    « มี.ค.    
    1234567
    891011121314
    15161718192021
    22232425262728
    2930  
    สถิติรวม
    OS

    Browser

    IP 34.230.84.215

    usersonline 0

    Most Read Posts
    • No results available
    คลังเก็บ

    Pic_272834

    อาจต้องเรียกว่า “เป็นไปตามคาด” สำหรับ ทีมชาติสเปน ที่สามารถผงาดป้องกันแชมป์ยูโรได้อีกสมัย หลังจากถล่มเอาชนะ อิตาลี ไปอย่างขาดลอย 4-0 ในนัดชิงชนะเลิศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมปิดฉากทัวร์นาเมนต์ไปด้วยความประทับใจ


    เพื่อเป็นการทิ้งทวน วันนี้ “ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์” ขอนำเหตุการณ์ สีสันน่าสนใจมากมายที่เกิดขึ้น ตลอดเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา มาประมวลกันให้ชมอีกครั้ง ก่อนจะกลับมาพบกันใหม่อีก 4 ปี ข้างหน้า ที่ประเทศฝรั่งเศส

    ไร้เทียมทานที่สุด

    ทีมชาติสเปน ยังตอกย้ำความเป็นสุดยอดเจ้าลูกหนังยุโรป และของโลก ด้วยการล้มอิตาลี ขาดลอย 4-0 ผงาดซิวแชมป์ยูโร สมัย ที่ 3 และเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมทำสถิติคว้าแชมป์มากที่สุด ร่วมกับ เยอรมนี แม้จะออกสตาร์ตสะดุดเล็กน้อย เสมอกับ คู่ปรับเก่า อิตาลี ในรอบแบ่งกลุ่ม 1-1 อีกทั้งยังทำลายสถิติอาถรรพณ์มากมายในอดีตลงอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการที่แชมป์เก่าไม่เคยรักษาแชมป์ได้, ไม่มีทีมไหนได้แชมป์ 3 ถ้วยใหญ่ติดกัน แต่พวกเขาพิสูจน์ให้เห็นถึงความ “ไร้เทียมทาน” ความอยู่เหนือสถิติใดๆ ยิ่งไปกว่านั้น เรามักจะบอกว่า แชมเปียนส์ ต้องมีโชคด้วย และมันก็เกิดขึ้น ในการเจอกับ โปรตุเกส รอบคัดเชือก หลังจากสเปน ดวลจุดโทษชนะไปได้ แต่ถึงอย่างไร พวกเขาก็คือทีมที่คู่ควรและเหมาะสมกับแชมป์มากที่สุดแล้ว

    นักเตะยอดเยี่ยมที่สุด

    ท่ามกลางซุปเปอร์สตาร์ อันเดรส อิเนียสตา จอมทัพจากบาร์เซโลนา ของ สเปน โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น และมีส่วนสำคัญกับชัยชนะของทีม “กระทิงดุ” แทบจะทุกแมตช์ จนกระทั่งนำมาสู่แชมป์ยูโร 2012 อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเกมรับ หากเขาคนนี้ อิเกร์​ กาซิยาส สเปน ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะนายทวาร จากเรอัล มาดริด โชว์ซุปเปอร์เซฟในจังหวะเหลือเชื่อๆ ได้หลายครั้ง ซึ่งหากเป็นโกล์คนอื่น คงหมดสิทธิ์ป้องกันไปแล้ว และเชื่อว่า ตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่าของทัวร์นาเมนต์ คงไม่พ้น 2 คนนี้เป็นแน่ และอาจส่งผลไปถึงรางวัลบัลลงดอร์ด้วยก็ได้

    แมตช์มันส์ที่สุด

    อันนี้มีหลายแมตช์ เลือกยากจริงๆ แต่ก็ขอยกให้เป็นเกมรอบแรกนัดที่สอง ระหว่าง อังกฤษ กับ สวีเดน ซึ่งเกมผลัดกันรุก ผลัดกันรับกันสนุก โดยทีม “สิงโตคำราม” ได้ประตูนำก่อนในครึ่งแรก จากแอนดี คาร์โรลล์ แต่ สวีเดน ก็มาทวงคืนได้สองประตูรวด จากการทำเข้าประตูตัวเองของ เกล็น จอห์นสัน และ โอลอฟ เมลเบิร์ก แต่ เกมก็รัวยิง 2 ลูกเช่นกัน จาก ธีโอ วัลคอตต์ และ แดนนี เวลเบค ก่อนช่วยให้ อังกฤษ เฉือนชนะไปอย่างสนุก 3-2 โดยอาจจะเป็นเพียงเกมเดียวที่อังกฤษ เล่นได้เอ็นเตอร์เทน มากที่สุดในรายการนี้เลยก็ว่าได้

    ผิดหวังที่สุด

    “อัศวินสีส้ม” เนเธอร์แลนด์​ ตกรอบแรก แบบไม่มีลุ้น แม้จะอ้างว่าอยู่ในกลุ่ม กรุ๊ป ออฟ เดธ กับ โปรตุเกส, เยอรมนี และ เดนมาร์ก แต่ผลงานแพ้รวด มันก็ดูไม่สมศักดิ์กับทีมรองแชมป์โลก หมาดๆ อย่างพวกเขาเท่าไร โดยเฉพาะการเสียท่า แพ้ เดนมาร์ก ทีมที่ดูแล้วว่า อ่อนที่สุดในนัดแรก เล่นเอาแฟนบอล หมดศรัทธา ไปตามๆ กัน ขณะที่ผู้เล่นดังอย่าง โรบิน ฟาน เพอร์ซี, เวสลีย์ สไนเดอร์ และ อาร์เยน ร็อบเบน ซึ่งจี๊ดจ๊าดเหลือเกินกับต้นสังกัด กลับดับสนิทในทัวร์นาเมนต์นี้

    เสียดายที่สุด

    เยอรมนี แพ้ อิตาลี ตัดเชือก หลังจากทำสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกัน 15 นัดในทัวร์นาเมนต์ทางการ รวมถึงในรอบแบ่งกลุ่ม และ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกยูโร 2012 ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยม คงเส้นคงวาที่สุด แต่สุดท้าย กลับมาต้องตกม้าตาย เมื่อเจอกับ อิตาลี ที่ผ่านเข้ารอบมาด้วยผลงานกระท่อนกระแท่น ชนะในเวลา 90 นาที เพียงเกมเดียว แถมยังมีปัญหานอกสนาม ระหว่างการเตรียมทีมอีกด้วย

    ท่าดีใจฮาสุด

    คงต้องเป็นของ “เกรียนโอ้” มาริโอ บาโลเตลลี กองหน้าดาวรุ่งของอิตาลี ที่ไม่เพียงแต่ฟอร์มในสนาม ที่หลายคนสนใจ พฤติกรรมอื่นๆ แปลกๆ ฮาๆ ของเจ้าตัว ก็เป็นเรื่องให้พูดถึงกันแทบจะทุกวันระหว่างทัวร์นาเมนต์ โดยเฉพาะ
    อาการดีใจหลังยิงประตูได้ ของเจ้าตัว ด้วยการ “ถอดเสื้อ เบ่งกล้าม ทำหน้าตาย” ในเกมที่พบกับ เยอรมนี รอบตัดเชือก กลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ นำไปพูดถึง, ล้อเลียนกัน เพียงชั่วข้ามคืน ไม่นับรวม ก่อนหน้าที่เขา อ้าปากเตรียมจะพูดอะไรออกมา หลังยิงประตูได้ในเกมชนะไอร์แลนด์ 2-0 รอบแบ่งกลุ่ม ก่อนโดนเพื่อนอุดปากไว้ได้ทัน ก็ยังบ่งบอกความเกรียนของ บาโลเตลลี ได้เป็นอย่างดี

    เสียฟอร์มที่สุด

    คริสเตียโน โรนัลโด ซุปเปอร์สตาร์ของทีม โปรตุเกส โดนเม้าท์กะหล่อโชว์ยิงจุดโทษปิดท้าย พร้อมกับนำชัยให้กับทีมบ้านเกิด ในรอบตัดเชือก แต่แล้วกฎหมายพลิก เพราะสเปน ซัดเข้าประตูสกอร์ขาดไปแล้ว ทำให้ “เจ็ทโด้”
    ได้แต่ยืนดูภาพการเฉลิมฉลองของแข้งกระทิงดุ จากที่วางแผนไว้แล้วว่า ตรูจะต้องกลายเป็นพระเอก กลับต้องหมดฟอร์มเหลือเป็นแค่ตัวประกอบไปซะได้ เสียราศีพ่อรูปหล่อจอมสับจริงๆ

    จุดโทษเยี่ยมที่สุด

    เกิดขึ้นในเกมช่วงดวลฎีกากันระหว่าง อังกฤษ กับ อิตาลี ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย หลังจากที่ทั้งสองทีม ไม่สามารถทำอะไรกันได้ ตลอด 120 นาที และก็เป็น อันเดรีย ปิร์โล เพลย์เมกเกอร์จากทีมยูเวนตุส ที่บรรจงซัดจุดโทษ อย่างเหนือชั้น แค่ชิปเบาๆ ตรงกลางประตู ก็เพียงพอให้ โจ ฮาร์ท นายทวาร “สิงโตคำราม” หลงไปคนละทาง และส่งผลต่อเนื่องให้ 2 แข้งผู้ดี แอชลีย์ โคล และ แอลชลีย์ ยัง กดดัน จนยิงจุดโทษพลาดติดต่อกันไปด้วย

    http://youtu.be/leyA6wYyDsY

    มากับดวงที่สุด

    แม้จะได้ลงสนามเป็นตัวจริงเพียง 2 นัด จากทั้งหมด 6 นัด แต่ เฟอร์นานโด ตอร์เรส ดาวยิงจากทีมเชลซี ก็แซงทางโค้งคว้ารางวัลดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์ไปครอง แม้ผลงานจะซัดไป 3 ประตูเท่ากับ มาริโอ โกเมซ, มาริโอ บาโลเตลลี, มาริโอ มานดูซูกิช, คริสเตียโน โรนัลโด และ อลัน ซาโกเยฟ แต่ด้วยจำนวนนาทีที่ลงสนามน้อยกว่าก็ทำให้ เขาคว้ารองเท้าทองคำไปครองเพียงคนเดียว ทั้งๆ ที่ ผลงานในกับต้นสังกัด กับทีมชาติก่อนหน้า ก็สุดแสนจะง่อยหงิก แต่ไปๆ มาๆ กลับร่วมคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ ลีก, เอฟเอ คัพ กับทีม “สิงห์บลู″ ก่อนปิดท้ายแชมป์ยูโร กับ สเปน พ่วงท้าย รางวัลดาวซัลโว ด้วยซะงั้น

    ทรงผมเห่ยสุด

    อุตส่าห์เสียเงินเสียทองไปปลูกผมมาซะดิบดี แต่ ทำไม พ่อหมู เวย์น รูนีย์ ถึงไร้รสนิยมในการเลือกทรงผมบนศีรษะตัวเองเลย กับทรงนักเรียนเกรียนผมด้านข้างซะเกลี้ยง เหลือแต่ส่วนบน เหมือนทหาร, ตำรวจ สงสัย อยากจะโชว์ให้เห็นว่า ตรูมีผม แต่ดูแล้วมันดูแปลกๆ เหมือนวิกไปซะไป งานนี้ถือว่า Fail สำหรับ ดาวยิงเบอร์ 1 ของทีมชาติอังกฤษ

    ประตูเทพสุด

    แม้ผลงานของทีมสวีเดน จะตกรอบแรก แต่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวเก่ง ก็ยังไว้ลายยิงประตูสุดงามให้ทีมบ้านเกิด ในเกมรอบแรก นัดสุดท้าย ที่เอาชนะ ฝรั่งเศส 2-0 โดย ดาวยิงจากทีม เอซี มิลาน ได้บอลเปิดริมเส้นจากเพื่อน ก่อนที่จะไม่ต้องเสียเวลาจับ กระโดดเอี้ยวตัววอลเลย์ บอลพุ่งผ่านมือผู้รักษาประตูทีม “ตราไก่” เข้าไปอย่างเหนือชั้น

    http://youtu.be/evBaQR7K_TA

    ใจกล้าที่สุด

    ต้องยกให้ กลุ่มเฟเมน ที่ประท้วงโชว์เต้าต่อต้านยูโร 2012 แบบไม่มีลดละ ตั้งแต่ต้นจนจบ แม้ว่าจะถูกปราบปราม และจับกุมตัว จากเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกครั้ง แต่พวกเธอก็ไม่เคยที่จะกลัว ยังคงมีแผน ภารกิจปั่นป่วน กระจายไปทั่วพื้นที่แข่งขัน เพื่อเรียกร้องสิทธิสตรีที่ไม่ได้รับความยุติธรรม จากการถูกกดขี่ทางเพศ และปัญหาเรื่องค้าประเวณีโสเภณี ภายในประเทศตัวเอง โดยเชื่อว่า ทัวร์นาเมนต์นี้ จะช่วยกระตุ้นธุรกิจทางเพศให้บูมมากขึ้นในยุโรป

    เซ็กซี่ที่สุด

     

    ท่ามกลางสาวๆ ชาว WAGs สาวเอ็กซ์ เซ็กซี่ แต่คนที่ดูจะเป็นข่าวดังมากสุด ก็คือ เลนา เกิร์คเกค แฟนนางแบบวัย 24 ปี ของ ซามีร์ เคดิรา มิดฟิลด์ของทีมชาติเยอรมนี ที่ตกเป็นข่าวกอสซิป ส่อถูกแฟน, ภรรยาของเหล่าขุนพล “อินทรีเหล็ก” ด้วยกันเขม่นเอา หากยังไม่ลดดีกรีความเซ็กซี่ลงอีกนิดส์ ซึ่งแค่นี้ก็รู้แล้วว่า ความฮอตของเธอ ซึ่งเป็นผู้ชนะรายการ เน็กซ์ ท็อป โมเดล คนแรก ของเมืองเบียร์ มันซู่ซ่า องศาเดือดขนาดไหน

    ฟันธงมากสุด

    กระแสเจ้าหมึกพอล ต่อยอดมาถึง ยูโร 2012 เพราะเริ่มแต่หัวทัวร์นาเมนต์ ก็มีหมู หมา กา ไก่ และอื่นๆ อีกมากมาย ถูกจับมาให้ทำนายพยากรณ์ ผลการแข่งขันฟุตบอลยูโร กันเกลื่อนไปหมด ไม่แค่ในยูเครน กับ โปแลนด์ 2 เจ้าภาพร่วม แต่ยังลามไปทั่วโลก ร่วมถึงประเทศไทย ที่เอาหมีแพนด้า คู่บ้านคู่เมือง หลินปิง ฟันธงสนุก กับเขาเช่นกัน และใครจะไปเชื่อละว่า หมีน้อยของเรา จะมีญาณทิพย์ สามารถทำนายผลว่า สเปน จะเป็นแชมป์​ถูกต้องเสียด้วย amazing Thailand จริงๆ

    วุ่นวายมากสุด

    ปิดท้ายอันนี้เกิดขึ้นบ้านเรา เพราะป่านฉะนั้นแล้ว ปัญหา “จอดำ″ ระหว่าง ทรูวิชั่นส์ กับ แกรมมี่ เจ้าของสิทธิ์ยูโร 2012 จะจบลงหรือยังก็ไม่รู้ หลังจากกลายเป็นมหากาพย์ ยูโร คาราคาซังมาตั้งแต่ยังไม่เปิดฉากทัวร์นาเมนต์ ตอนแรก เป็นแค่คู่กรณี ทรู-แกรมมี่ แต่หลังๆ ร้อนถึงหน่วยงานรัฐ และภาคประชาชน รวมตัวกันมากดดัน จนขึ้นโรงขึ้นศาล แต่แทนที่จะช่วยประสาน กับเหมือนเติมเชื้อไฟ ลามทุ่ง คนดูตาดำๆ อย่างเรา โดยเฉพาะลูกค้า ทรู ก็ต้องรับกรรม จอดำไปจนจบตามคาด

    - ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์ -

     

    Comments are closed.