กลับสู่หน้าแรกของโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ฟิสิกส์ราชมงคล

เปลี่ยนขนาดอักษร
  • A A A
  • หมวดหมู่

    บทความฟิสิกส์

    วีดีโอฟิสิกส์

    บทความชีววิทยา

    วีดีโอชีววิทยา

    บทความเคมี

    วีดีโอเคมี

    บทความคณิตศาสตร์

    วีดีโอคณิตศาสตร์

    บทความทั่วไป

    วีดีโอทั่วไป

     Blog science 1

    Blog science 2

    Blog science 3

    Blog science 4

     

    พฤษภาคม 2019
    พฤ อา
    « มี.ค.    
     12345
    6789101112
    13141516171819
    20212223242526
    2728293031  
    สถิติรวม
    OS

    Browser

    IP 18.234.51.17

    usersonline 0

    Most Read Posts
    • No results available
    คลังเก็บ

    8 มีนาคม 55

    Pic_244025

    คลิปขณะเกิดการพ่นมวลโคโรนาหรือซีเอ็มอีเมื่อวันที่ 6 มี.ค.2012 ซึ่งบันทึกโดยหอดูดาวอวกาศโซลาร์ไดนามิกส์ (Solar Dynamics Observatory: SDO) :ซึ่งระดับความรุนแรงของการประทุดังกล่าวจัดอยู่ในระดับ เอกซ์ 5.4 (X 5.4)

     เอ็นโอเอเอ ของสหรัฐฯระบุ พายุสุริยะที่เกิดจากการปะทุบนพื้นผิวดวงอาทิตย์ครั้งรุนแรง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จะเดินทางมาถึงโลก ในช่วงคืนวันนี้…

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 8 มี.ค. ว่า จากข้อมูลของสำนักงานพยากรณ์สภาพอากาศของมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ หรือเอ็นโอเอเอ ของสหรัฐฯ พายุสุริยะ (solar storm) ที่เกิดจากการปะทุครั้งรุนแรงของผิวหน้าดวงอาทิตย์เมื่อเย็นวันอังคารที่ผ่านมา จะเดินทางมาถึงโลกในช่วงค่ำวันนี้ ตามเวลาประเทศไทย หรืออาจคลาดเคลื่อนไปเล็กน้อย โดยอาจส่งผลต่อระบบพลังงานไฟฟ้า และระบบนำร่อง รวมถึงระบบการบินได้

    ภาพจากนาซา : ภาพการเกิดเปลวสุริยะ โดยมีการปรับเปลี่ยนสีจากปกติ

    ภาพจากนาซา : ภาพการเกิดเปลวสุริยะ โดยมีการปรับเปลี่ยนสีจากปกติ

    การปะทุดังกล่าว ทำให้เกิดเปลวสุริยะ (solar flare) ขนาดใหญ่อับดับที่สอง รองจากการปะทุเมื่อ 9 ส.ค.2011 และแผ่รังสีต่างๆ หรือที่เรียกว่าพายุสุริยะมายังโลกด้วยความเร็วมากกว่าสี่ล้านไมล์ ต่อชั่วโมง โดยนายโจ ครันช์ส จากเอ็นโอเอเอ ระบุว่า พื้นที่ที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากพายุสุริยะครั้งนี้มากที่สุดคือ พื้นที่แถบอเมริกาเหนือ และอาจทำให้เกิดแสงเหนือ (ออโรรา) ในภูมิภาคเกรตเลคของสหรัฐฯได้

    อนึ่ง ขณะนี้ดวงอาทิตย์กำลังอยู่ในช่วงสงบ (solar minimum) ซึ่งอัตราการเกิดการปะทุบนผิวดวงอาทิตย์และจำนวนจุดดับน้อยกว่าช่วงที่ดวงอาทิตย์เข้าสู่สภาวะตื่นตัว (solar maximum) ซึ่งมีการปะทุมากขึ้น และอาจเกิดพายุสุริยะครั้งรุนแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกระแสไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กบนโลกอย่างมาก

    ภาพจากนาซา : ภาพการเกิดเปลวสุริยะจากการจับคลื่นรังสีอัลตราไวโอเล็ต

    ภาพจากนาซา : ภาพการเกิดเปลวสุริยะจากการจับคลื่นรังสีอัลตราไวโอเล็ต

     อย่างไรก็ดี การเข้าสู่ช่วงสงบหรือตื่นตัวของดวงอาทิตย์ ขึ้นอยู่กับวงโคจรของมัน ซึ่งมักจะเปลี่ยนแปลงทุก 11 ปี และคาดการณ์กันว่า การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ภาวะตื่นตัวครั้งหน้า จะอยู่ในช่วงปลายปี 2013

     ภาพจากนาซา : ภาพการเกิดเปลวสุริยะ แบบรวมสองภาพข้างต้นไว้ด้วยกัน

    ภาพจากนาซา : ภาพการเกิดเปลวสุริยะ แบบรวมสองภาพข้างต้นไว้ด้วยกัน

    หวั่นโลกรับกระทบจากพายุสุริยะโดยตรงในรอบ 5 ปี

    ภาพการประทุบนดวงอาทิตย์เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการการประทุครั้งรุนแรงที่พุ่งมายังโลกโดยตรงในรอบ 5 ปี

    ผู้เชี่ยวชาญหวั่นโลกรับผลกระทบจากพายุสุริยะรุนแรงโดยตรงในรอบ 5 ปี โดยเกรงว่าอนุภาคมีประจุจากดวงอาทิตย์จะปะทะโลกและทำให้เกิดการรบกวนระบบจ่ายไฟฟ้า ระบบนำทางผ่านดาวเทียมและการสัญจรของเครื่องบิน โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ขั้วโลกจะได้รับผลกระทบมากกว่าส่วนอื่น และดาวอังคารก็ได้รับผลกระทบด้วยบีบีซีนิวส์อ้างรายงานของผู้เชี่ยวชาญจากองค์การมหาสมุทรและบรรยากาศสหรัฐ (National Oceanic and Atmospheric Administration) หรือโนอา (NOAA) ระบุว่า ในช่วงบ่ายของวันที่ 6 มี.ค.2012 ดวงอาทิตย์ปลดปล่อยอนุภาคมีประจุมายังโลก โดยนับเป็นพายุสุริยะที่ใหญ่ที่สุดที่ปะทะโลกโดยตรงในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา และเป็นผลจากการประทุของมวลดวงอาทิตย์ 2 ครั้งในช่วงสัปดาห์นี้ด้านเว็บไซต์สเปซด็อทคอมรายงานว่าอนุภาคดังกล่าวมาถึงโลกในเวลา 13.25 น.ของวันที่ 8 มี.ค.2012 ตามเวลาประเทศไทย โดยคลาดเคลื่อนช้าหรือเร็ว 7 ชั่วโมง ส่วนบีบีซีนิวส์ระบุว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นโอกาสดีให้เราได้เห็นแสงเหนือบริเวณที่อยู่ในตำแหน่งละติจูดสูง โดยขึ้นอยู่กับสภาพท้องฟ้าด้วยว่าปลอดโปร่งหรือไม่ โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้จะรุนแรงมากที่สุดในบริเวณขั้วโลก และเครื่องบินที่บินผ่านบริเวณดังกล่าวอาจต้องเลี่ยงเส้นทางคาดว่าอนุภาคมีประจุจะพุ่งมายังโลกด้วยความเร็ว 6,400,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งโนอายังคาดการณ์ด้วยว่าพายุสุริยะนี้จะดำเนินต่อไปจนถึงวันศุกร์ที่ 9 มี.ค.นี้ และภาพจากบริเวณที่เกิดการประทุบนดวงอาทิตย์เผยโครงข่ายอันซับซ้อนของจุดมืด (sunspot) ที่บ่งชี้ถึงพลังงานแม่เหล็กมหาศาลที่ถูกเก็บไว้ และในช่วงหลาย 10 ปีที่ผ่านมาก็มีการสังเกตพบพายุสุริยะรุนแรงอื่นๆ ซึ่งมีการประทุขนาดใหญ่ในปี 1972 ที่ทำให้การสื่อสารทางใกล้ผ่านโทรศัพท์ในเมืองอิลลินอยส์ของสหรัฐฯ ถูกตัดขาดรวมอยู่ด้วยส่วนเว็บไซต์องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ระบุว่า แบบจำลองของนาซาที่อาศัยข้อมูลจากหอดูดาวอวกาศสเตอริโอ (STEREO) และหอดูดาวอวกาศโซโฮ (SOHO) ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประทุของดวงอาทิตย์ 2 ครั้งเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ซึ่เป็นการพ่นมวลโคโรนาหรือซีเอ็มอี (CME) ว่า การประทุครั้งแรกนั้นอนุภาคมีประจุถูกพ่นออกมาด้วยความเร็วประมาณ 2,000 กิโลเมตรต่อวินาที และการประทุครั้งที่ 2 อนุภาคมีประจุถูกพ่นออกมาด้วยความเร็ว 1,700 กิโลเมตรต่อวินาที โดยอนุภาคมีประจุนี้จะส่งผลกระทบทั้งต่อโลกและดาวอังคารคลิปขณะเกิดการพ่นมวลโคโรนาหรือซีเอ็มอีเมื่อวันที่ 6 มี.ค.2012 ซึ่งบันทึกโดยหอดูดาวอวกาศโซลาร์ไดนามิกส์ (Solar Dynamics Observatory: SDO) :ซึ่งระดับความรุนแรงของการประทุดังกล่าวจัดอยู่ในระดับ เอกซ์ 5.4 (X 5.4)

    http://youtu.be/fVcT_fhIrEY

    Comments are closed.